ผู้เขียน หัวข้อ: 7 ขั้นตอนกำจัดเมียน้อย และ ผู้ชาย 4 ประเภท 4 บุคลิก ที่มีแนวโน้มจะมีเมียน้อยสูง  (อ่าน 61 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 10, 2017, 01:15:41 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • ดูรายละเอียด

อย่าปล่อยให้สามีทำร้าย เมื่อเกิดเหตุการณ์สามีมีเมียน้อย คุณคิดกำจัดสามีไปพ้นๆ หรือคิดกำจัดเมียน้อยกันแน่

ผู้หญิงเก่งหรือผู้หญิงทำงาน มักจะยื่นคำขาดให้ฝ่ายชายเลือกคนใดคนหนึ่ง นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไทย จิตแพทย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงทางเลือกของผู้หญิงหลังพบสามีปันกาย แต่ผู้หญิงอีกกลุ่มที่มีบุคลิกค่อนข้างพึ่งพิงผู้อื่น หรือกลุ่มแม่บ้าน ก็จะยอมและยอมเก็บความเจ็บช้ำไว้ในใจ ค่อยๆ ปรับตัวทำใจยอมรับ แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงบุคลิกเข้มแข็งหรือไม่ ภาวะที่สามีไปมีคนอื่นนั้น ทำร้ายจิตใจรุนแรงจนอาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิต
ผมเจอคนไข้ถึงขั้นฆ่าตัวตายหลังทราบข่าวสามีไปมีเมียน้อย รศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ เล่าจากประสบการณ์ ท่านเป็นหัวหน้าโครงการ ศูนย์นารีรักษ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และมองว่าภาวะสามีมีเมียน้อยจัดเป็นความรุนแรงที่ทำร้ายจิตใจผู้หญิงไม่ต่างจากการถูกผู้ชายทำร้ายทุบตี ด่าว่า
ผู้หญิงเมื่อเจอสภาพนี้ นานวันเข้าอาจพัฒนาไปมีอาการของโรคซึมเศร้า รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีสมาธิ นอนไม่หลับ กินไม่ได้ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง หมดอาลัยตายอยาก บางคนพัฒนาไปมีอาการวิตกกังวลไปทุกเรื่อง กังวลแบบประสาท กลัวนั่นกลัวนี่ กลัวไปหมดโดยไม่มีสาเหตุ หนักๆเข้าก็เกิดโรคประสาททางกาย มีอาการปวดหัวไม่มีสาเหตุ กลัวเป็นมะเร็งในสมอง มีอาการแน่นหน้าอก ใจสั่น กลัวเป็นโรคหัวใจ เกิดเป็นโรคทางกายที่หาสาเหตุไม่เจอ
ขณะที่ฝ่ายชายเมื่อถูกยื่นคำขาดให้เลือกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ก็มักตัดสินใจไม่ได้ ผู้หญิงบางคนอาจตัดใจเลยว่า เธอไม่เลือก ฉันเลิกเอง ไม่เช่นนั้นก็ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังจนกว่าจะทำใจได้ หากทำใจไม่ได้นานวันเข้า โอกาสจะมีอาการประสาทก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ผู้ชายที่มีเมียน้อย คุณหมอรณชัยเล่าจากประสบการณ์ในการทำจิตบำบัด จะบอกว่ายังรักเทิดทูนภรรยาอยู่เสมอ เกินกว่าครึ่งยังอยากที่จะคงไว้ซึ่งครอบครัวเดิม ไม่คิดที่จะแยกทางหรือเลิกกับภรรยาหลวง เพียงให้ภรรยายอมรับว่าเขายังมีอีกคนหนึ่ง
ยังไม่มีการศึกษาที่ชี้ให้เห็นแนวทางการตัดสินใจของผู้หญิงไทยในเรื่องนี้ แต่การศึกษาในประเทศอิสราเอลโดย Charny IW. และ Parnass S. พบว่าประมาณ 1 ใน 3 ของผู้หญิงที่รู้ว่าสามีมีเมียน้อย ตัดสินใจหย่าร้าง อีก 1 ใน 3 ไม่หย่าแต่อยู่อย่างมีปัญหาในชีวิตสมรสเรื่อยมา และอีก 1 ใน 3 ยังคงชีวิตสมรสโดยไม่มีปัญหามากนัก
ผู้หญิงไทยก็คงมีสภาพไม่แตกต่างไปจากสตรีอิสราเอลเท่าไหร่ แล้วแต่ใครจะเลือกตัดสินใจเป็น 1 ใน 3 ของกลุ่มไหนเท่านั้น
ภูมิคุ้มกันเมียน้อย
น่าแปลกใจที่ปัญหาเมียน้อยไม่ได้มีสาเหตุจากความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานดั่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจ
จากการศึกษา สาเหตุการมีเมียน้อยในชายไทย 20 ราย ของ พญ. นงพงา ลิ้มสุวรรณ และ นพ. รณชัย คงสกนธ์ พบว่า 60% ของคู่แต่งงานที่มีปัญหานี้ แต่งงานด้วยความรัก ขณะที่มีเมียน้อยร้อยละ 60 ก็ยังมีความสุขในชีวิตสมรส ที่มีปัญหาในชีวิตสมรสจริงๆ แค่ 5%  แม้การวิจัยชิ้นนี้จะใช้กลุ่มตัวอย่างที่ค่อนข้างแคบ(เพียง 20 ราย) คำตอบอาจไม่สะท้อนภาพรวมของปัญหาส่วนใหญ่ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ผู้หญิงเราแม้จะประสบความสำเร็จในการครองเรือนก็อาจหนีปัญหาเมียน้อยไม่พ้น
ในทัศนะคุณหมอสุขเจริญ ชีวิตแต่งงานที่ประสบความสำเร็จ คู่สมรสต้องคอยปรับตัวเข้าหากันตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ 2-3 ปีแรกของการแต่งงาน แต่ตลอดชีวิตแต่งงาน ต่างฝ่ายต่างเติมเต็มความต้องการทางใจและทางกายของกันและกันได้ ซึ่งเพียงเท่านี้ก็ยากเพียงพอ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นภูมิคุ้มกันปัญหาเมียน้อย
ต้องคอยป้องกันไม่ให้ผู้หญิงอื่นเข้าใกล้ชิดสามีคุณ เป็นข้อแนะนำจากคุณหมอรณชัย และมีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ สมัยก่อนลูกเยอะลูกยิ่งเยอะ ก็ยิ่งทิ้ง แต่ปัจจุบันลูกน้อย พ่อแม่ทุ่มความรักเต็มที่ พอมีลูก สามีทุ่มความรักเต็มที่ไปที่ลูก เรื่องไปยุ่งข้างนอกจะน้อยลง" 
[img width=600,height=400]http://www.thai-detective.com/S/p4.png[/img]
ผู้ชาย 4 ประเภทอันตราย
แต่ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในการครองเรือนปรับตัวเก่ง เกิดมาพร้อมเรด้าร์ ได้กลิ่นทันทีที่ผู้หญิงอื่นเข้าใกล้สามีเธอ ยังเจอปัญหาเมียน้อยก็มี คำตอบอาจอยู่ที่บุคลิกภาพของฝ่ายชาย มีผู้ชายบางประเภทที่พร้อมจะเป็นขุนแผน ซึ่งคุณหมอสุขเจริญ ได้แยกไว้คร่าวๆ 4 บุคลิก 4 ประเภท พร้อมวิธีสังเกตผู้ชายแต่ละประเภท แต่ย้ำว่า นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผม ยังไม่ถือเป็นข้อสรุปทางวิชาการ ยังต้องผ่านการวิจัยอีกมาก
ผู้ชายหลงตัวเอง : มักเป็นคนเก่ง ความเก่งทำให้หลงตัวเอง เป็นคนที่ประสบความสำเร็จมาเป็นระยะๆ ได้รับความชื่นชมและยอมรับจากผู้อื่นจนเคยชิน เป็นคนที่อยู่กับตัวเอง จึงไม่สามารถเข้าอกเข้าใจคนอื่น บางคนมีปัญหาในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ขาดหิริโอตัปปะ จะฉลาดมากและเอาเปรียบคนอื่นในสังคม ผู้ชายกลุ่มนี้มีโอกาสได้เจอผู้หญิงเยอะ เนื่องจากผู้หญิงจะให้ความสนใจด้วย ดูเก่ง ฉลาด ในการไขว่คว้าหาความรักความสนใจจากคนอื่น และจากผู้หญิงที่ไม่ใช่คู่จะยิ่งช่วยเสริมความภาคภูมิใจ
วิธีสังเกต : เป็นคนที่พูดถึงแต่เรื่องของตัวเอง คุยโวโอ้อวดความเก่ง ไม่แคร์ความรู้สึกของคนที่ตนอยู่ด้วยเท่าไร ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น แต่จะอ่อนไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์มาก เมื่อตัวเองถูกวิจารณ์แม้เพียงแหย่เล่นก็จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบรุนแรง
ผู้ชายบุคลิกอ่อนแอ : เป็นคนไม่ชอบตัดสินใจ อารมณ์อ่อนไหว เปลี่ยนแปลงง่าย มักปล่อยตัวปล่อยใจไปตามเหตุการณ์จะพาไป ไม่ควบคุมตัวเอง ไม่ตัดสินใจทำอะไรที่ควรจะทำ
วิธิสังเกต : ไม่ค่อยตัดสินใจด้วยตนเอง
ผู้ชายบุคลิกอันธพาล : มีนิสัยก้าวร้าว ชอบแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจ และสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต มีแนวโน้มที่จะใช้สารเสพติดสูง คนกลุ่มนี้อาจโตขึ้นมาอย่างเด็กที่ขาดผู้ปกครองเป็นแบบอย่างที่ดีให้ ไม่มีคนสอนในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมในวัยเด็ก (ซึ่งควรปลูกฝังตั้งแต่ก่อนอายุห้าขวบ เมื่อเลยห้าขวบ การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้เด็กมีหิริโอตัปปะในตัวเองจะยาก)
วิธีสังเกต : มักมีพื้นอารมณ์ที่วู่วาม ชอบเที่ยว พูดโกหกบ่อย และไม่ค่อยรู้สึกผิดเวลาทำความผิด ไม่มีหิริโอตัปปะ จะไม่ทำความผิดเพราะมีการควบคุมจากภายนอก ไม่ใช่ไม่ทำผิดเพราะรู้สึกไม่สบายใจ ผู้ชายกลุ่มนี้จึงถามหาความซื่อสัตย์ยาก
ผู้ชายสับสนในเอกลักษณ์ : ภาพตัวเองในใจตนเองสับสน ปกติคนเราจะมีภาพที่ชัดเจนว่าตนเองเป็นใครชอบอะไร นิสัยเช่นไร แต่ถ้าถามคนกลุ่มนี้ บางชั่วขณะจะตอบว่าตนเองเป็นคนดียังงั้นยังงี้ บางชั่วขณะตอบว่าตัวเองมีแต่ข้อเสีย อายุมากแล้วก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตอยากเป็นอะไร ไม่มีภาพพจน์ของตนเองที่ชัดเจนมั่นคง แต่จะเปลี่ยนได้เสมอตามสิ่งกระตุ้น
วิธีสังเกต : เป็นคนอ่อนไหว หุนหันพลันแล่น เจ้าอารมณ์ ชอบทำอะไรประชดประชัน สำส่อนทางเพศ มีประวัติฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตนเองบ่อย ความสัมพันธ์กับคนอื่นก็ดูแย่ ไม่สามารถจะมองความสัมพันธ์กับคนที่ผูกพันด้วยเป็นสีเทา ทุกอย่างเป็นขาวกับดำหมด วันใดคนใกล้ชิดดีด้วย ก็จะมองเป็นเทวดา วันรุ่งขึ้นคนใกล้ชิดขัดใจ ก็จะผิดหวังมองว่าเลวร้ายสุดๆ เป็นเช่นนี้สลับไปมา แต่ผู้ชายบุคลิกเช่นนี้จะพบไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิง และคนกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะนอกใจคู่เพียงเพื่อแก้เผ็ดหรือประชดคู่ตนเองสูง
ในทัศนะของคุณหมอสุขเจริญ ปัญหาเมียน้อยเมื่อเกิดขึ้นแล้วจัดการลำบาก ยิ่งฝ่ายชายมีบุคลิกภาพแบบอันธพาล หรือสับสนในเอกลักษณ์ตนเอง ก็ยิ่งแก้ยาก ถ้าผู้ชายมีบุคลิกภาพแบบหลงตนเอง มักจบลงที่ผู้หญิงยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถ้าผู้ชายมีบุคลิกภาพแบบอ่อนแอ มีโอกาสที่ความสัมพันธ์จะกลับคืนมาเพราะการนอกใจของผู้ชายกลุ่มนี้ จะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่ไม่อาจเติมเต็มความรู้สึกของฝ่ายชายเป็นสำคัญ ถ้าแก้ไขและปรับความสัมพันธ์ ให้อีกฝ่ายรู้สึกได้รับการเติมเต็ม ทุกอย่างจะดีขึ้น
ขั้นตอนรับมือกับเมียน้อย
แม้คนส่วนใหญ่จะมองว่า เมียน้อยเป็นปัญหาคู่โลกยากจัดการ แต่คุณหมอรณชัยกลับมองว่าปัญหานี้แก้ได้ และได้เสนอ 7 ขั้นตอนรับมือเมื่อสามีมีเมียน้อย
ขั้นที่ 1 : ทันทีที่ผู้หญิงทราบว่าสามีมีเมียน้อย จะโกรธสามี พูดจากระแทกกระทั้น เรียกร้องสิทธิตนเองซึ่งถูก แต่ผลที่ได้ไม่คุ้มกัน สามีให้ความเป็นธรรมไม่ได้แล้ว ผ่านช่วงนั้นไปแล้ว ความสัมพันธ์เกิดขึ้นแล้ว จะให้เลิกทันทีก็คงไม่ได้ ควรหันมาประเมินตนเองว่ามีข้อบกพร่องตรงไหน และปรับปรุง
ขั้นที่ 2 : ต้องพยายามคงไว้ซึ่งหน้าที่ความเป็นแม่และแม่บ้าน ถ้าผู้หญิงทิ้งหน้าที่ตรงนี้ สภาพครอบครัวจะยุ่งเหยิง ยิ่งเป็นประเด็นครอบครัวคืนสู่ภาวะปกติไม่ได้ ถ้าบทบาทแม่บ้านยังคงชัดเจน ทุกอย่างเป็นระเบียบ ภาพเราในสายตา ของฝ่ายชายจะดีขึ้นมาก แสดงว่าเรายังรับผิดชอบทุกอย่าง ดูแลครอบครัวได้ดี
ขั้นที่ 3 : จำไว้เสมอว่า เราเป็นเจ้าของแท้ๆของสามี ผู้หญิงอื่นเสมอเป็นนางบำเรอ ไม่ใช่คู่แข่งเรา ไม่ต้องไปวุ่นวายกับเมียน้อย การไปฟาดฟันกับเมียน้อย เมียน้อยจะรู้สึกว่า ได้รับการยกระดับมากเท่าทียม ยิ่งฟาดฟันเมียน้อยก็ยิ่งเขยิบฐานะสูง สามีอยู่ตรงกลาง ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว
ขั้นที่ 4 : พยายามอดทน อย่าใส่จกับการราวีของเมียน้อย เมื่อเราไม่ไปราวีเมียน้อย เมียน้อยจะมาราวีเอง นั่นเป็นธรรมชาติ เพราะถึงจุดจุดหนึ่ง เมียน้อยจะรู้สึกว่าต้องเขยิบฐานะขึ้น จะคอยโทรมาบอกว่าสามีอยู่กับเขานะ คอยกระตุ้นอารมณ์เรา เพราะฉะนั้นต้องอดทน ทะเบียนสมรสมีใบเดียว ยังไงฝ่ายโน้นก็ไม่ได้
ขั้นที่ 5 : จำไว้ประโยคหนึ่ง ลูกมีพ่อ ดีกว่าลูกไม่มีพ่อ ผลวิจัยทางวิชาการบอกไว้ชัดเจนว่า ถึงพ่อจะอยู่ด้วยไม่เต็มที่ ก็ยังดีกว่าลูกขาดพ่อ แม้สามีจะกลับบ้านเป็นครั้งคราว ครอบครัวคงต้องอยู่ในสภาพเหมือนปกติ ลูกยังรู้สึกอบอุ่น แล้วสามีจะเริ่มเห็นอะไรบางอย่าง ซึ่งนำไปสู่ข้อถัดไป
ขั้นที่ 6 : จำไว้เสมอว่า ถ้าเรามั่นคง ในขณะที่สามีเราอยู่ในจุดที่ไม่มั่นคง เพราะเขาไปมีเมียน้อย ซึ่งจะนำความวุ่นวายมาให้ เมื่อเมียน้อยไม่มีฐานะดีขึ้น ก็จะเรียกร้องมากขึ้น สามีเริ่มรู้สึกยุ่งยากแล้ว สามีจะปล่อยตรงนั้นง่ายขึ้นและกลับมาสู่ครอบครัวเดิม เพราะทุกอย่างมั่นคงกว่า ส่วนตรงนั้นมีแต่ความวุ่นวาย สามีจะเห็นเอง
ขั้นที่ 7 : เป็นภรรยา ต้องกุมเศรษฐกิจให้ได้ จะใช้เทคนิควิธีใดก็ได้ คุมเงินให้อยู่ เพื่อที่สามีจะลำบากในการไปยุ่งกับเมียน้อย พอลำบากปุ๊บ เมียน้อยจะกลับมาราวี เป็นวงจรอยู่อย่างนี้ เราต้องพยายามอยู่นอกวง ปล่อยให้สามีกับผู้หญิงคนนั้นทะเลาะกันไป สุดท้ายสามีจะกลับมา
คุณหมอรณชัยยังย้ำว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่มักแก้ปัญหากลับกัน คือตามไปทะเลาะให้วุ่นวายหวังให้สามีกลับใจ บางคู่ก็กลับมาได้ แต่เทียบเปอร์เซ็นต์แล้ว คุณหมอเห็นว่าพังมากกว่าดี
เพราฉะนั้นในกรณีเหล่านี้ การมีสติจึงสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหา

ขอบคุณบทความดีๆจาก : นิตยสาร Lisa

ขอบคุณ : http://www.detectivethai.com/?p=732