ผู้เขียน หัวข้อ: ชีววิทยาของเม่น  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 06, 2019, 11:45:54 AM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 166
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


เม่น
เม่นเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
จัดอยู่ในวงศ์ Hystricidae
เม่นที่พบในประเทศไทยมี ๒ จำพวก อย่างเช่น
๑.เม่นใหญ่แผงคอยาว
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hystrix brachyuran Linnaeus
ชื่อสามัญว่า Malayan porcupine
เม่น[/url]ประเภทนี้มีขนาดวัดจากปลายจมูกถึงโคนหางยาว ๖๓ – ๗๐ ซม. หางยาว ๖ – ๑๐ ซม. น้ำหนักตัว ๓-๗ กิโลกรัม ขนบนลำตัวเป็นขนแข็งใช้ป้องกันภัย หัวเล็ก จมูกป้าน มีหนวดยาวสีดำ รอบๆลำตัว คอ และไหล่ มีขนแข็ง สั้น สีดำ ขนใต้คอสีขาว ตาเล็ก ใบหูเล็ก ขนตั้งแต่หลังไหล่ไล่ลงไปแข็งยาว ด้านโคนรวมทั้งปลายสีขาว ตรงกลางสีดำ ปลายแหลม หางมีขนเหมือนหลอดสั้นๆขาสีดำเม่นประเภทนี้ชอบออกหากินเพียงลำพังในช่วงกลางคืน รักสงบ เวลาพบศัตรูจะวิ่งหนี พอเพียงจวนตัวจะหยุดกึกแล้วพองขนขึ้น ศัตรูที่ติดตามมาอย่างเร็วหากหยุดไม่ทันก็จะโดนขนเม่นตำ และถ้าหากศัตรูใช้ตีนตะปบก็จะโดนขนเม่นตำเช่นกัน ได้รับความเจ็บปวดเจ็บมากมาย เมื่อศัตรูผละหนีไปแล้ว เม่นก็จะหลบเข้าโพรงไม้หรือโพรงดิน ขนเม่นที่หลุดออกไปจะมีขนใหม่แตกหน่อขึ้นมาแทนที่ เม่นชนิดนี้กินผัก หญ้าสด หน่อไม้ กาบไม้ ผลไม้ และก็กระดูกสัตว์ เริ่มสืบพันธุ์ได้เมื่ออายุราว ๒ ปี มีท้องนาน ๔ เดือน ตกลุกครั้งละ ๑ -๓ ตัวในโพรงที่ขุดอาศัย ลูกเม่นทารกมีขนที่อ่อน แต่เมื่อถูกอากาศด้านนอกขนจะเบาๆแข็งขึ้น อายุราว ๒๐ ปีพบทางภาคใต้ของประเทศไทย ในต่างชาติพบที่มาเลเชียและก็อินโดนีเซีย
๒. เม่นหางพวง
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Atherurus macroura (Linnaeus)
ชื่อสามัญว่า bush-tailed porcupine
เม่นชนิดนี้มีความยาวลำตัววัดจากปลายจมูกถึงโคนหาง ๔๐ – ๕๐ เซนติเมตร หางยาว ๑๕ – ๒๐ เซนติเมตร น้ำหนักตัว ๒.๕ – ๕ โล จมูกเล็ก มีหนวดยาว ใบหูเล็ก ลำตัวยาว ขาสัน มีขนแข็งปกคลุมทั่วตัว ขนบางส่วนแข็งและก็ปลายแหลมมาก เหมือนหนาม ขนส่วนที่ยาวที่สุดอยู่บริเวณกึ่งกลางหลังขนแบน มีร่องยาวอยู่ด้านบน ตอนกลางหางไม่ค่อยมีขน แต่ว่าเป็นเกล็ด โคนหางมีขนสั้นๆปลายหางมีขนงอกดกครึ้มเป็นกระจุก ดูเป็นพวง ขนดัตระหนี่ล่าวแข็งแล้วก็คม ส่วนขนที่หัวบริเวณขาทั้งยัง ๔ และบริเวณใต้ท้อง แหลม แม้กระนั้นไม่แข็ง ขาค่อนข้างสั้น ใบเครื่องทอผ้าลมแล้วก็เล็กมาก เล็บเท้าดูถูกตรง ทื่อ รวมทั้งแข็งแรงมากมาย เหมาะกับขุดดิน เม่นประเภทนี้ออกหากินในช่วงกลางคืน ตอนกลางวันมักซ่อนตัวอยู่ในโพรงดิน ตามโคนรากของต้นไม้ใหญ่ หรือตามซอกหิน มักออกหากินเป็นฝูง ใช้ขนเป็นอาวุธปกป้อง รับประทานหัวพืช หน่อไม้ เปลือกไม้ รากไม้ ผลไม้ แมลง เขารวมทั้งกระดูกสัตว์ คลอดลูกครั้งละ ๓- ๕ ตัวในโพรงที่ขุดอาศัย ลูกเม่นทารกมีขนอ่อนนุ่ม แต่จะต่อยๆแข็งขึ้นอายุราว ๑๔ ปี เจอในทุกภาคของประเทศไทย ในต่างถิ่นเจอทางภาคใต้ของจีน แล้วก็ที่ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย แล้วก็อินโดนีเซีย

ผลดีทางยา
หมอแผนไทยใช้ขนเม่นที่สุมไฟให้ไหม้แล้วปรุงเป็นยาแก้ตานซาง แก้พิษรอยดำ พิษไข้ เชื่อมซึม กระเพาะของเม่นใช้ปรุงเป็นยารับประทานบำรุงน้ำดี ช่วยให้ลำไส้มีกำลังบีบย่อยอาหาร พระตำราปฐมจินดาร์ให้ยาขนานหนึ่ง เข้า“ขนเม่น” เป็นยาทาตัวเด็ก ดังต่อไปนี้ ภาคหนึ่งยาใช้ภายนอกตัวกุมารกันสรรพโรคทั้งผอง แล้วก็จะจับไข้อภิฆาฏก็ดี โอปักกะไม่กาพาธก็ดี ท่านให้เอาใบมะขวิด คราบเปื้อนงูเห่า หอมแดง สาบแร้งสาบกา ขนเม่น ไพลดำ ไพลเหลือง บดทำแท่งไว้ ละลายน้ำนมวัว ทาตัวกุมาร ชำระความไม่บริสุทธิ์โทษทั้งผองดีนัก
มกราคม 15, 2020, 01:55:33 AM
ตอบกลับ #1
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 38863
    • ดูรายละเอียด