ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิว : ภูเขาทับเบิกฤดูฝน อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด  (อ่าน 7 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 12, 2018, 07:57:28 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1532
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ภูทับเบิกหน้าฝน ดีแค่ไหนต้องตามมาดู !!
ภูเขาทับเบิกหน้าฝน อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการให้เพื่อนพลาดจริงๆเพราะว่านอกเหนือจากความสมบูรณ์ที่พวกเราจะได้เจอจากความงามของหมอกแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หาเจอได้ง่ายสุดๆๆก็คือ น้ำใจของคนประเทศไทย ทริปนี้เราอยากจะบรรยายประสบการณ์การท่องเที่ยวภูเขาทับเบิกของเราเอง ซึ่งยอดเยี่ยมในทริปเที่ยวไทยที่เราชอบใจกับผู้คนตรงนี้มากมาย ความมีน้ำใจ ความมีน้ำใจแบ่งปัน มันสะท้อนให้มองเห็นสิ่งดีๆที่พวกเรายังสามารถเผชิญในสังคมของไทยได้อยู่ สารภาพเลยว่าการได้เป็นคนรับในคราวนี้ ทำให้เราต้องการเป็นผู้ให้เยอะขึ้นเรื่อยๆจริงๆ
ถ้าเกิดพูดถึงที่เที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์แล้ว ภูทับเบิกเป็นเป้าหมายแรกที่เชื่อว่านักเดินทางคนไม่ใช่น้อยคงจะอยากไปสัมผัสกับอากาศดีๆตรงนี้ รวมทั้งที่ลือชื่ออีกสิ่งหนึ่งของภูทับเบิกก็คือ หมอกนั่นเองทริปภูทับเบิกหน้าฝนครั้งนี้พวกเราเริ่มออกเดินทางกันจากกรุงเทพด้วยรถทัวร์ กรุงเทพฯ-หล่มสัก มีหลายเวลาให้เลือก เพื่อนฝูงๆสามารถซื้อตั๋วเหมาะขนส่งหมอชิต เดินทางราว 6 ชั่วโมง ด้วยเพชรดีเลิศทัวร์ ค่ารถ 300 บาทไม่เกิน เดินทางถึงบริษัท ขนส่ง จำกัด หล่มเก่า ราว 04.00 น. หลังจากนั้นก็กระทำการหารถต่อขึ้นไปยังบนยอดภูเขาทับเบิก แผนจริงๆที่วางไว้เป็นเหมารถยนต์ของราษฎรที่ตลาดผักตรงกันข้าม บริษัท ขนส่ง จำกัด หล่มเก่า เนื่องจากว่าการขึ้นไปยังภูทับเบิกมีสองวิธีให้เลือกเป็น ขับขี่รถขึ้นไปเองรวมทั้งอีกทางก็คือเหมารถยนต์ขึ้นไปเนื่องจากไม่มีรถยนต์โดยสารประจำทาง เพื่อนๆคนใดกันที่อยากขับขี่รถขึ้นไปเองก็อย่าลืมเช็ครถยนต์ให้ดีเพราะทางขึ้นภูเขาทับเบิกออกจะชันแล้วก็โค้งจำนวนไม่ใช่น้อยจำเป็นต้องเดินทางด้วยความระมัดระวังกัน เพราะเหตุว่าจากข่าวสารมีรถยนต์หลายคันที่เบรคแตกบ้าง รถยนต์เสียบ้าง แหกโค้งบ้าง ทริปนี้เป็นครั้งแรกพวกเราเลยขอตรวจทางด้วยตัวเองก่อนเผื่อมาครั้งต่อๆไปบางครั้งก็อาจจะขับรถขึ้นไปเองได้ เลยตกลงใจเหมารถยนต์แม้กระนั้นด้วยความบังเอิญเจอพี่คนภูเขาใจดีที่เอากะหล่ำปลีลงมาขายยังตลาด เลยได้ติดรถยนต์ขนผักขึ้นไปยังบนยอดภูเขาทับเบิกกับพี่เค้าด้วย พี่เค้าใจดีมากมาย ขับขี่รถเร็วแต่ด้วยความเคยชินทางของเค้าเลยทำให้เราสามารถไว้วางใจได้ถึงแม้มันจะเสียวๆก็ตาม ฮ่าๆ
ในส่วนที่พักของพวกเรานั้น พวกเราเตรียมการเต็นท์มาเอง โดยจะนำมากางเต็นท์ถูกจุดกางเต็นท์วิสาหกิจชุมชน ค่ากางแค่ 50บาท อดออมมากมาย จ่ายหลักสิบ วิวหลักล้านจริงๆคือดีเลิศกกกกกกก ผู้ใดกันแน่มาก่อนเลือกที่กางได้ก่อน พวกเรามารุ่งเช้ามากเลยได้เลือกที่เป็นคนแรกๆเลย ส่วนสิ่งที่ว้าวสุดๆเมื่อไปถึงคือ หมอกมาต้อนรับมากไม่น้อยเลยทีเดียวกก ชอบบบบบ บรรยากาศดี และก็ที่สำคัญคนยังไม่เยอะแยะ
เมื่อเดินทางถึงรอบๆจุดวัดอุณหภูมิเลยแวะชมทิวทัศน์สวยๆซึ่งวันนี้เป็นโชคดีของพวกเรามากๆเพราะเหตุว่าหมอกมาแน่นมากมาย ที่สำคัญเป็นคนไม่มากมาย ถามไถ่คนแถวนั้นมาช่วงเมื่อวานฝนตกหนักมากเลยทำให้คนไม่ค่อยมาเที่ยวและทำให้หมอกในวันนี้มาเยอะนั่นเองจุดหลักที่สุดที่อยากให้เพื่อนพ้องๆไปชมหมอกกัน ก็คือรอบๆ ไร่ริมหน้าผานั่นเอง จุดนี้เป็นจุดสำหรับเพื่อชมวิวที่มองเห็นหมอกได้แบบชัดๆแล้วก็ฟินสุด ตรงนี้มีที่พักเป็นข้างหลังกับที่พักแบบเต๊นท์ด้วยนะ ที่ตรงนี้ก็ทิวทัศน์ดีนะ แม้กระนั้นมีความคิดว่าไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเพราะเหตุว่าใครจะมาตรงนี้ก็ได้ เพราะว่าใกล้ๆกันเป็นจุดชมวิวนั่นเอง ในระหว่างที่มาถึงคือดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลย บรรยากาศเลยยังมัวๆเลยมารอดูตะวันขึ้นกันที่ ไร่ริมหน้าผา มีคนมารอดูกันเยอะพอสมควร ถ้าคนใดกันแน่มีความคิดว่าไปผิด ให้เดินตรงไปข้างล่างที่มีที่พักเยอะมากๆไร่ขอบผาจะอยู่ริมสุดเลย กลางทางเดินก็อย่าลืมถ่ายภาพ ทิวทัศน์ดีเลิศ
เมื่อตะวันขึ้นทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกันไปยังที่พักของตนเอง ส่วนคนไหนกันที่ยังไม่ต้องการเข้าที่พักก็มี ไร่กะหล่ำปลีให้ได้เดินดูความงดงาม ถ่ายรูปเก๋ๆค่าเข้าชมเพียงแค่คนละ 20 บาท
ชมทิวทัศน์กันเสร็จแล้ว มากางเต็นท์กันต่อดียิ่งกว่า รวมทั้งนี่เป็นวิวที่มองออกมาจากเต็นท์ของพวกเรา ฟินมากบอกแล้วว่าจ่ายหลักสิบ ทิวทัศน์หลักล้าน จริงๆเดินทางกันมาอ่อนเพลียๆยังอดข้าวรุ่งเช้าก็มากินที่นี่ได้ มีห้องอาหารตอนเช้าให้บริการมากมาย มีข้าวต้ม ขนมปัง ข้าวอาหารตามสั่ง พร้อมบริการให้นั่งท่องเที่ยวกันเลย กินเสร็จและก็ขอพักแอบนอนกันหน่อยนะ เดินทางมาไกล ทานข้าวเช้าตรู่มาอิ่มๆขอแอบไปนอนนิดนึง
เพิ่มพลังกันเสร็จก็มาถึงช่วงของกาแฟซึ่ง ร้านกาแฟดีๆก็มีอยู่บริเวณลานกึ่งกลางเต๊นท์วิสาหกิจเลย ส่วนอาหารมื้อเย็นก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้เว้นเสียแต่หมูกระทะ อาหารประจำชาติของเรา เพราะเหตุว่าในเย็นวันนั้นมีฝนตกลงมาหน่อยเดียว บวกกับไอของความหนาว บอกเลยว่ามื้อนี้จำเป็นต้องหมูกระทะ ร้านหมูกระทะก็มีอยู่รอบๆลานกางเต็นท์เหมือนกัน ปกติจะมีบริการส่งถึงเต็นท์ แต่ว่าเนื่องจากฝนตก พวกเราเลยจำต้องไปนั่งเปลืองที่ร้านค้า กินเสร็จก็กลับมาพักที่เต็นท์ในแผนที่วางไว้พวกเราจะไปยังเขาค้อ แต่ยังไม่รู้เรื่องเลยว่าจะเดินทางไปอย่างไร ยังคงไม่แน่นอนในทริป แต่ว่าขณะที่เดินลงจากจุดวัดปรอท ก็มีรถยนต์คันนึงที่ขับผ่าน พร้อมเปิดกระจกถามว่า น้องจะไปไหน พวกเราแล้วก็สหายเลยบอกว่าจะไปข้างล่างตรงทางแยกเข้าอุทยานภูเขาหินร่องกล้า พี่เค้าก็เลยให้ติดรถขึ้นมาด้วย
เมื่อขึ้นรถแล้วก็สอบถามกัน สรุปว่าพี่เค้ากำลังจะออกเดินทางไปเขาค้อ เลยได้ติดรถยนต์พี่เค้าไปยังเขาค้อเลย ดีเลิศมาก พี่เค้ามากันเป็นครอบครัว มีพ่อแม่ ลูก สวยและก็เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากมายๆที่ให้เราติดรถไปด้วย ผู้ใดที่พอใจผลไม้ใหม่ๆหรือผักจากชาวดอยแบบใหม่ๆทางลงภูเขาทับเบิกจะมีขายผลทั้งผลไม้แล้วก็ผักให้เพื่อนฝูงๆได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปอย่างไม่ต้องสงสัย ผักแล้วก็ผลไม้บางจำพวกพวกเรายังไม่รู้จักจักมาก่อน ตัวอย่างเช่น ทิซซ่าไข่ เซี้ยนท้อ เห็นและจากนั้นก็ยังมึนๆว่ามันคือผลไม้อะไร 555
ต่อจากนั้นจุดหมายปลายทางต่อไปของเราก็เลยกลายเป็นอุทยานภูหินร่องกล้าพร้อมกับพี่ๆใจดีรวมทั้งครอบครัว อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัดหมายถึงอ.ด่านซ้าย จังหวัดเลย อ. นครไทย จังหวัดพิษณุโลก และก็ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นอีกทางนึงซึ่งสามารถไปยังเขาค้อได้โดยไม่ต้องลงไปยังอำเภอหล่อสัก มีจุดสำหรับชมวิวชื่อลานหินปุ่ม จะต้องเดินเท้าเข้าไปราวๆกิโลกว่าๆอ่อนล้าใช้ได้เลยนะ ในแผนนี้เป็นจะปราบเพียงแค่ยอดภูเขาทับเบิก ทำไปทำมาได้มาเป็นผู้ชนะลานหินปุ่มซะด้วย คุ้มมากทางนี้หากเดินครบรอบใหญ่จะผ่านแหล่งท่องเที่ยว คือ หลุมฝังศพนักรบ ลานหินปุ่ม ผายกธง ลานอเนกประสงค์ กว่ากำลังจะถึงลานหินปุ่มก็เดินชมทิวทัศน์ข้างๆไปด้วยจัดว่าใช้เวลาราวๆครึ่งชั่วโมง ระหว่างทางมีเด็กน้อยชาวเขามานั่งเล่นอยู่บริเวณน้ำตก เพื่อนฝูงๆสามารถขอถ่ายรูปได้นะคะ น้องน่ารักน่าเอ็นดูทุกคน
ลานหินปุ่มในวันนั้น เนื่องจากเราท่องเที่ยวภูทับเบิกหน้าฝน อากาศมันเลยครึ้มๆตลอดเวลาเลยได้ภาพมาแบบครึ้มๆภายหลังไปดูลานหินปุ่มแล้วนั้น จุดถัดไปใกล้ๆกัน ก็คือ เขาหินชูธง ชึ่งเป็นหน้าผาที่มีอยู่ห่างจากลานหินปุ่มโดยประมาณ 500 เมตร เป็นผาชัน สามารถเห็นทิวภาพได้ไกล
ภายหลังเดินกันมาเหน็ดเหนื่อยๆได้รูปสวยๆกันแล้วจุดเช็คอินต่อไปของเราก็คือวัดหน้าผาหลบซ่อนแก้ว วัดโด่งดังจากจังหวัดเพชรบูรณ์ไปไหว้พระและก็ทำบุญทำทานกันที่นี่ ชมความสวยงามของเจดีย์พระธาตุหน้าผาแอบซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมทำ เจดีย์ที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยกระเบื้องนานัปการสี เครื่องเพชรพลอย พลอย สร้อย กำไล จานชามเครื่องเบญจรงค์ สวยงามมากมายจริงๆรวมถึง โบสถ์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 5 พระองค์ สวยมากๆเหมือนกัน
ไหว้พระทำบุญทำทานกันเสร็จแล้วอีกหนึ่งสถานที่ที่จะต้องมีให้ได้ก็คือ ร้านขายกาแฟ pinolatte เชื่อว่าผู้ที่ไปเที่ยวเขาค้อน้อยคนหนักที่จะไม่รู้จักร้านขายกาแฟที่นี้ ด้วยบรรยากาศและสถานที่ของร้านค้า มองเห็นวิวทั้งภูเขารวมทั้งยังมองเห็นวัดพระบรมธาตุเขาหินซ่อนแก้วยังกระจ่างแจ้ง เลยเป็นร้านค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ยิ่งวันที่อากาศดีๆไปเช้าตรู่แล้วมีหมอกขึ้นมาต้อนรับ วิวยิ่งดีมากขึ้นไปอีก เรียกว่าเป็นจุดชมวิวมหาชนของเขาค้อได้เลยนะ
ทางร้านค้าก็ไม่พลาดที่จะถ่ายภาพสวยๆมาฝากเพื่อนฝูงๆกันอย่างไม่ต้องสงสัย ที่นี่มีบริการของกินด้วยนะ สำหรับที่คนไหนกันแน่กำลังหิวแต่อยากชมทิวทัศน์ก็มีของกินบริการค่ะ อาหารส่วนมากจะเป็นอาหารฝรั่งนะ ราคาก็ค่อนข้างจะเอาการอยู่ ชมวิวไหว้พระเสร็จก็ถึงเวลาจำต้องกล่าวลาครอบครัวพี่ๆที่ใจดีกันแล้ว เนื่องจากการมาท่องเที่ยวภูทับเบิกฤดูฝนในครั้งนี้มีเวลาเที่ยวค่อนข้างน้อย เนื่องมาจากวันลาจะหมดแล้ว เลยมีเวลาเพียงเสาร์ อาทิตย์ จึงจำต้องกลับไวกันสักนิดสักหน่อย ฮ่าๆแต่ว่าเจอหมอกภูเขาทับเบิกขนาดนั้นพวกเราจัดว่าทริปนี้คุ้มมากแล้วละ พวกเราเดินทางกลับโดยใช้รถทัวร์เหมือนเดิม แต่ว่าเปลี่ยนจุดขึ้นรถมาขึ้นที่เขาค้อแทน
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เที่ยวญี่ปุ่น

Tags : เที่ยวญี่ปุ่น,เที่ยวสิงคโปร