ผู้เขียน หัวข้อ: สถานพยาบาลรักษาโรคหมอสุนัข-แมว ฉีดวัคซีน สัตว์เลี้ยงป่วย บริการเป็นกันเอง อยู่พั  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กันยายน 13, 2017, 11:29:01 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2174
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

สถานพยาบาลรักษาโรคแพทย์สุนัข-แมว ทำหมัน สัตว์เลี้ยงป่วย บริการเป็นกันเอง โดยสัตวแพทย์ โทรติดต่อได้ 24 ชั่วโมง
รักษาสัตว์ป่วยทุกชนิด รับเลี้ยงรายวัน กระต่าย วันละ 250 บาท (รวมน้ำ+อาหารเม็ด)  ที่ที่จัดไว้ให้เพื่อไม่ให้เกิดอาการเครียดค่ะ  ตัดขน แมว ทางร้านเรามีทรงให้เลือกตามใจลูกค้าเลยค่ะ มีทรงให้เลือกที่ร้าน ทรงบลู ฯลฯ
วิธีเลี้ยงแมวในบ้าน เลี้ยงอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้
 
 การเลี้ยงแมวในคอนโด ห้องพัก หรือในบ้านมักจะมีข้อกำหนดหลายๆอย่าง แตกต่างจากการเลี้ยงแบบปล่อย เพราะมีพื้นที่กว้างๆให้ได้วิ่งเล่นและก็เจอสภาพแวดล้อมที่นานัปการกว่า ดังนั้นแล้วแนวทางเลี้ยงเจ้าเหมียวในบ้านจึงค่อนข้างที่จะจะต้องใส่ใจมากขึ้นเรื่อยๆไม่เช่นนั้นอาจก่อให้แมวเหมียวร่าเริงแจ่มใสแปลงเป็นเหมียวขี้เหงาได้ รวมทั้งสำหรับวิธีเลี้ยงแมวในบ้านให้มีความสุข วันนี้กระปุกดอทคอมได้เก็บรวบรวมมาฝากกันแล้วจ้ะ
1. มีมุมให้นั่งกินลมชมวิว
สำหรับที่นั่งดูวิวของเจ้าเหมียวตามต่างประเทศมักจะนิยมทำ screened porch หรือระเบียงเล็กๆที่คล้ายกับสภาวะเรือนกระจกหน้าบ้านเอาไว้ให้เจ้าเหมียวนั่งกินลมชมวิว มองนกในสนามหน้าบ้าน ซึ่งจะทำให้เจ้าเหมียวไม่มีอันตรายกว่าการออกไปนั่งพักผ่อนนอกบ้าน ถ้าทาสแมวคนใดกันที่มีงบประมาณน้อย สามารถทำที่ดูวิวแบบง่ายๆได้ด้วยการต่อว่าดชั้นที่มีไว้สำหรับวางของติดฝาผนังตามขอบหน้าต่างแล้วหาเบาะนุ่มๆมาวาง เท่านี้ก็จะได้มุมดูทิวทัศน์ให้เจ้าเหมียวแล้ว
2. วางคอนโดแมวให้เจ้าเหมียวลับเล็บ
 
 อีกปัญหาหนึ่งที่ขี้ข้าแมวจะต้องพบก็คือ รอยขีดข่วนตามเฟอร์นิเจอร์อันมาจากคมเล็บของเจ้าแมว ไม่ใช่ว่าพวกมันนิสัยไม่ดี ชอบทำลายของใช้ของสอยอะไรหรอกนะ แม้กระนั้นนั่นเป็นธรรมชาติของเจ้าเหมียวที่จะต้องลับเล็บตลอดระยะเวลา ด้วยเหตุนี้แล้วข้าทาสแมวควรหาที่ลับเล็บมาไว้ให้เจ้าเหมียวด้วย ซึ่งคอนโดแมวก็ตอบโจทย์อย่างดีเยี่ยม เจ้าเหมียวจะได้ตลอดปีนปีนป่ายเล่นรวมทั้งลับเล็บไปพร้อมๆกัน สามารถซื้อได้ตามร้านเพ็ทช็อปหรือจะ DIY เองก็ไม่ยาก
3. มีของเล่นเด็กนานัปการ
 
 แมวที่เลี้ยงแบบปลดปล่อยจะมีความก้าวหน้าด้านต่างๆที่ค่อนข้างเร็วกว่าแมวที่เลี้ยงในบ้าน เพราะเหตุว่าได้ออกไปสำรวจรวมทั้งทำกิจกรรมต่างๆอย่างอิสระ สำหรับเจ้าเหมียวที่อยู่ในบ้านนั้นจะมีข้อกำจัดในหัวข้อนี้ แต่ว่าทั้งนี้ผู้ครอบครองสามารถกระตุ้นประสาทสัมผัสต่างๆของเจ้าเหมียวได้ด้วยของเล่นเด็ก โดยให้เลือกของเล่นที่นานาประการ ไม่ว่าจะเป็นไม้ล่อแมว ตุ๊กตาหนู หรืออาจจะเป็นของที่หาได้อย่างไม่ยากเย็นได้แก่ ถุง หรือ กล่อง ฯลฯ
4. ปลูกต้นหญ้าแมวให้เจ้าเหมียวเคี้ยวเล่น
 
 ทาสแมวหลายๆคนคงคุ้นเคยแล้วก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เจ้าเหมียวจะชอบดมและเคี้ยวต้นหญ้าหรือต้นไม้เล็กๆเล่นเพื่อรักษาสุขภาพของตน สำหรับบ้านหรือคอนโดที่ไม่มีสนามหญ้าให้เจ้าเหมียวได้ออกไปเคี้ยวเล่น ให้ปลูกหญ้าแมวใส่กระถางเล็กตั้งเอาไว้ในบ้านแทน ซึ่งต้นไม้ที่แมวถูกใจรับประทาน อาทิเช่น ต้นไผ่เงิน ต้นข้าวสาลีอ่อน เป็นต้น
5. เปิดทีวีให้มอง
แมวเป็นสัตว์ที่พอใจรวมทั้งตื่นตัวกับสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ อย่างใบไม้รวมทั้งนกบนต้นไม้ข้างหน้าต่างพวกเจ้าเหมียวอาจนั่งมองได้นาน แม้กระนั้นสำหรับตามหน้าต่างคอนโดสูงอาจจะไม่มีนกไม่มีใบไม้ให้แมวได้นั่งมองดู ซึ่งภาพเคลื่อนไหวในทีวีก็ทำให้พวกเจ้าเหมียวนั่งดูเพลินๆได้เช่นกัน

6. มีเวลาเล่นด้วย
เนื่องจากแมวเป็นสัตว์สังคมรวมทั้งถูกใจเล่น เจ้าของก็ควรจะมีเวลามาเล่นกับเจ้าเหมียวทุกวี่วัน ไม่ใช่ปล่อยให้เจ้าเหมียวเล่นกับของเล่นเด็กแค่สิ่งเดียว ของเล่นเด็กแมวมีเยอะแค่ไหนก็ขนออกมาเล่นกับเจ้าเหมียวให้หมดค่ะ ยิ่งนานัปการเจ้าเหมียวยิ่งถูกใจ จะได้เล่นของเล่นเด็กหลายแบบและไม่เบื่อด้วย
 
7. พาออกไปเปิดหูเปิดตา
การเลี้ยงแมวในบ้านไม่ใช่ปล่อยเจ้าเหมียวเอาไว้ภายในบ้านสิ่งเดียว แม้กระนั้นควรจะพาเจ้าเหมียวไปเปิดหูเปิดตาบ้าง สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในย่านที่หมาไม่เพ่นพ่าน ก็สามารถจูงเจ้าเหมียวไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะได้ โดยก่อนจะพาเจ้าเหมียวออกไปเดินเล่นนอกบ้านควรฝึกฝนให้รู้จักกับการใส่สายจูงเกี่ยวคอตอนเดินซะก่อน หรือถ้าเกิดแถวบ้านผู้ใดกันเจ้าถิ่นคุม เจ้าตูบในซอกซอยบ้านเยอะแยะ บางทีอาจจะพาเจ้าเหมียวไปขับรถเล่นแทนก็ได้
8. ทำความสะอาดสม่ำเสมอ
ไม่มีผู้ใดรู้ดีถึงกลิ่นมูลแมวได้เท่ากับทาสแมวอีกแล้ว ทรายแมวที่ช่วยดับกลิ่นบางคราวยังเอาไม่อยู่ สำหรับแมวที่เลี้ยงแบบเปิดบางทีอาจจะไม่หนักใจกับเรื่องนี้เยอะแค่ไหน เพราะว่าเจ้าเหมียวจะออกไปขับถ่ายนอกบ้านอยู่แล้ว กรรมวิธีการลดกลิ่นสำหรับแมวที่เลี้ยงในบ้าน สามารถทำได้ด้วยการตักสิ่งขับถ่ายออก เติมและหรือเปลี่ยนแปลงทรายแมว หมั่นทำความสะอาดกระบะที่เจ้าเหมียวใช้เป็นประจำ รวมถึงการเลือกอาหารที่ช่วยลดกลิ่นมูลแมวก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยได้เช่นกัน
9. ของกิน
การเลือกอาหารให้เจ้าเหมียวเป็นสิ่งจำเป็น เพราะแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ (carnivore) ของกินที่สมควรจำเป็นที่จะต้องมีสัดส่วนของโปรตีนที่สูงรวมทั้งมีสารอาหารที่ครบค่าตรงตามความอยากของแมวแต่ละช่วงวัย โดยของกินที่เลือกจะต้องมีโปรตีนที่ดีมีคุณภาพ ยกตัวอย่างเช่น ของกินแมวสำเร็จรูปที่มีวัตถุดิบหลักจากไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพดี แล้วก็ข้าวแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย และร่างกายเจ้าเหมียวสามารถซึมซับนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์เจริญ
สวรรค์สำหรับเจ้าแมว
ตำแยแมว ชื่อวิชาพฤกษศาสตร์ Acalypha indica L. ดูเผินๆก็วัชพืชดีๆนี่เองล่ะ แต่ว่าถ้าเกิดสังเกตดีๆก็จะเห็นความน่ารักของมันอยู่บ้างนะ รูปร่างใบกลมๆดอกออกเป็นช่อเล็กๆติดกับต้น เมื่อถอนออกมาจะมองเห็นรากเป็นเส้นฝอยๆสีขาว ก่อนให้เจ้าเหมียวเราก็น่าจะล้างดินออกมาจากรากให้สะอาดหมดจดเสียก่อนด้วยนะคะ
แคทนิป (Catnip) ชื่อวิชาพฤกษศาสตร์ Nepata cataria เป็นพืชในตระกูลมินต์ เลยเรียกว่า Catmint ด้วยเหมือนกัน มีถิ่นเกิดทั้งยังในยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ในต่างถิ่นมีขายแบบแห้งกันจริงจัง (นอกจากนั้นยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความ Green สูงด้วยนะ นั่นคือ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีและก็สารทำลายสภาพแวดล้อมในทุกกระบวนการผลิต) ในไทยพบเมล็ดขายเป็นซองในชื่อ Nepeta mussinii
อีกทั้งตำแยแมวและแคทนิป เรียกได้ว่าเป็นสารเสพติดของเจ้าเหมียวที่ไม่มีพิษมีภัยใดๆก็ตามต่อแมวอะไรนะคะ พืชทั้งสองแบบนี้จะต่างกันตรงส่วนที่แมวชอบรับประทาน สำหรับตำแยแมว แมวเขาจะชอบกินตรงส่วนของราก ไม่เหมือนกับแคทนิปที่แมวถูกใจกินในส่วนของใบ แต่ลักษณะของบรรดาแมวๆที่ได้ลองจะไม่ค่อยไม่เหมือนกันสักเท่าไหร่ พอได้หม่ำตรงส่วนรากตำแยแมวหรือใบของแคทนิปเท่านั้นแหละ บางตัวจะมีลักษณะเหมือยติดยาก็ไม่ปาน บางตัวก็กลิ้งไปเกลือกมา แต่บางตัวจะกระตือรือร้นอย่างแรง เรียกได้ว่าเป็นของเสริมขึ้นมาให้ชีวิตท่านแมวๆมีสีสันรวมทั้งบางหนังสือเรียนเขาว่ามีประโยชน์ต่อแมวด้วยนะ
เราจะรู้ได้ยังไงว่าแมวเราเริ่มป่วยหรือไม่สบาย
จะรู้ดีว่าแมวเจ็บไข้ เราก็จำเป็นต้องรู้สภาวะปกติของแมวเสียก่อน ฉะนั้นพวกเรามาทราบภาวการณ์ปกติของแมวกันก่อนดีมากกว่า อุณหภูมิแมวธรรมดาจะอยู่ที่ 38-39.2 องศา พวกเราสามารถใช้เทอร์โมมิเตอร์ที่วัดไข้คนนี่ละ หากมีติดบ้านอยู่แล้วก็ใช้วัดไข้ให้เจ้าเหมียวได้เลย แต่ต่อไปจำต้องไปจ่ายตลาดคนใหม่นะ แล้วอันนี้ก็ชูให้เป็นของเจ้าเหมียวไป (เนื่องจากว่าเวลาวัดไข้ เขาเอาเข้าไปวัดในก้นเจ้าเหมียวแรง)
การเต้นของหัวใจเฉลี่ย 120-200 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจ 20-30 ครั้ง/นาที ส่วนความดันเลือดธรรมดาจะอยู่ที่ 140/90 พวกเราน่าจะพอสังเกตการเต้นของหัวใจและการหายใจของแมวได้ ส่วนความดันให้เป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์ที่จะทำวัดจะดีมากกว่า
อาการแมวป่วย
หากเป็นแมวเด็กก็จะซึม ไม่ยอมกินข้าว ท้องร่วง เวลาเข้านอนก็จะจุ้มปุ๊กกระทำตนกลมๆเอาสองขาหน้ามารองหัวไว้ ส่วนแมวโตควรสังเกตอาการซึม อดอาหาร ฉี่หรือถ่ายไม่ออก ดื่มน้ำมากหรือน้อยเกินไป ถ่ายหรือฉี่นอกกระบะ อ้วกที่ไม่ใช่ก้อนขน พุงโตแตกต่างจากปกติ จับดูเหมือนกับว่ามีแม้กระนั้นน้ำทั้งที่ตัวผอมบาง ด้วยเหตุว่าแมวเป็นสัตว์ที่เก็บอาการเก่ง เราควรหมั่นพินิจสิ่งที่ไม่ดีเหมือนปกติที่เกิดขึ้นหากแม้เพียงแค่เล็กๆน้อยๆก็ตาม เพื่อจะได้รีบหาทางรักษาเยียวยากันได้อย่างทันทีทันควัน เพราะว่าเจ้าเหมียวพูดบอกคุณมิได้ บางครั้งเขาก็บางครั้งก็อาจจะส่งสัญญาณ อย่างการเข้ามาเคล้าคลอมากมายแตกต่างจากปกติก็เป็นไปได้ด้วยเหมือนกัน
อาการที่ควรสังเกตเพิ่ม
ตาแดง ขี้หูขี้ตาเปียกชื้น ตาปิด สังเกตตาของเจ้าเหมียวอยู่เป็นประจำนะคะ มองความต่างระหว่างขี้หูขี้ตาเขาเวลาปกติกับตอนป่วยจะสีจะเหมือนกัน ขี้ตาหรือน้ำตาปกติจะมีสีน้ำตาล ส่วนขี้หูขี้ตาตอนเจ็บป่วยจะสีคล้ายน้ำมูกข้นๆเป็นสีออกเขียวอมเหลือง ส่วนเวลาตาเจ็บกระทั่งตาปิด ถ้าเกิดพินิจให้ดีจะมีหนังตาที่สามสีขาวๆมาปิดตาอีกครั้ง มีขี้ตาเกราะกรัง ต้องรีบใช้สำลีชุบน้ำเกลือ (สำหรับล้างคอนแท็คท์เลนส์นั่นละขา) หรือจะเป็นน้ำยาล้างตาคน ขัดให้สะอาดอย่างเบามือ ก่อนใช้ยาป้ายตา (เป็นขี้ผึ้งป้ายตาสำหรับคนอีกนั่นเอง เทอร์รามัยซิน) ป้ายให้เขา
-น้ำมูกไหล แมวเปอร์เซียค่อนจะมีน้ำมูกง่าย เพราะมันชอบหน้าบี้ พวกเราสามารถให้ยาลดน้ำมูกของคนได้ เช่น ไบโซลวอน หรือแม้กระทั้งคลอเฟนิรามีนก็ได้เช่นเดียวกัน หากสองวันอาการยังไม่ดีขึ้น ก็คงจำต้องพาไปหาหมอจะปลอดภัยกับเจ้าเหมียวมากมายสุดจ้ะ


- ฉี่ไม่ออก ควรหมั่นดูกระบะทราย ดูว่าเขาฉี่บ้างหรือเปล่า ในวันหนึ่งๆควรจะฉี่อย่างต่ำๆก็หนึ่งที ถ้าเกิดไม่เห็นเขาฉี่และพยายามเบ่ง ให้รีบพาไปหาหมอเลย สำหรับตัวผู้จะง่ายหน่อย เนื่องจากแพทย์อาจสวนฉี่หรือค้างท่อฉี่เอาไว้ให้ระบายฉี่ออกมาได้ แต่ว่าเจ้าเหมียวจะต้องเจ็บหน่อย ส่วนตัวภรรยา ยังไม่เคยมีประสบการณ์เลยค่ะ


-ท้องเสีย ทดลองดูว่าเราเปลี่ยนอาหารให้เขาหรือเปล่า หากไม่ได้เปลี่ยนก็ลองหาสาเหตอื่นๆที่น่าจะเป็นไปได้ อาทิ ถ่ายพยาธิให้เขาครบมั้ย มีลักษณะอาการอื่นๆดังเช่นว่า อ้วก ร่วมด้วยหรือไม่ หาก 1-3 วันแล้วยังไม่ดีขึ้นก็อย่าอยู่เฉย ให้รีบพาไปหาหมอเลยจ้า
 
 ภาพน่ารักบางส่วนจากทางร้านค่ะ
 

 

 
 

 
 
โรคติดต่อแมว
 
 Cat Scratch Hisease หรือโรคแมวข่วน มีต้นเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย มีกล่าวว่าหมัดเป็นตัวแพร่ระบาดจากแมวสู่แมว และจากแมวสู่คนผ่านแผลที่เกิดจากแมวข่วน อาการในคนเริ่มจากรอยข่วนแปลงเป็นตุ่มใส ก่อนเปลี่ยนเป็นแผลหลุมตื้นๆซึ่งจะหายไปเองด้านใน 3 – 7 วัน ดังนี้เราสามารถปกป้องได้โดยการกำจัดหมัด ตัดเล็บเจ้าเหมียว นอกเหนือจากนี้เราควรดูแลความสะอาดมือและทำความสะอาดแผลที่โดนแมวข่วนหรือกัดด้วยสบู่หรือน้ำสะอาด
 
 โรคผิวหนังจากเชื้อรา เชื้อราพวกนี้ถูกใจอยู่ในที่ร้อนรวมทั้งเปียกชื้น แมวขนยาวชอบมีปัญหานี้เป็นส่วนมาก อาการในแมวคือจะมีขนตกง่ายเป็นวงๆผิวหนังบริเวณที่ตกจะเป็นเกล็ดๆการดูแลรักษา ควรอาบน้ำแมวด้วยยาสระผมยารักษาเชื้อรา (เช่น ไนโซรอลของคน) แล้วเป่าขนให้แห้งสนิทหมดทั้งตัว ก่อนทายารักษาเชื้อรา รวมทั้งจำต้องชำระล้างรอบๆที่เลี้ยงแมวด้วยการดูดฝุ่น จากนั้นเช็ดถูด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ (สามารถใช้น้ำยาซักผ้าขาว “ไฮเตอร์” ในอัตราส่วน 1 : 10หมายถึงน้ำยา 1 ส่วนต่อน้ำ 10 ส่วน หรือเดทตอล สัดส่วนการผสมมองที่ฉลากข้างขวดได้เลยจ้ะ)
 
 โรคพิษสุนัขบ้า อย่านอนใจไปว่าเป็นพิษสุนัขบ้า แมวจะเป็นไปได้เช่นไรกัน ขอให้ทำความเข้าใจก่อนว่า พิษสุนัขบ้านี้สามารถเกิดขึ้นกับสัตว์เลือดอุ่นเลือดอุ่น อย่างเช่น ม้า โค ค้างคาว อื่นๆอีกมากมาย ยิ่งถ้าแมวคุณรักอิสระก็ยิ่งจะต้องป้องกันไว้ก่อน แม้แมวอิหร่านจะอยู่แม้กระนั้นในบ้านเป็นส่วนใหญ่ (แทบมิได้ออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ) ก็น่าจะได้รับวัคซีนนี้ด้วยเหมือนกัน กันไว้ก่อน ดีกว่าตามแก้ทีหลังนะจ๊ะ
 
 Toxoplasmosis เป็นเชื้อโปรโตซัว ติดต่อผ่าน 3 ทางคือ ทานอาหารที่แปดเปื้อนถ่ายอุจจาระที่มีไข่ กินเนื้อสัตว์ที่มีซีสต์ของโปรโตซัว และติดต่อตั้งแต่มีต้นเหตุที่เกิดจากแม่ สำหรับผู้หญิงท้องแม้มีแมวอยู่ในบ้าน ควรให้คนในครอบครัวดูแลกระบะทรายแทนไปก่อนในช่วงตั้งครรภ์ เราะเชื้อสามารถติดต่อและรังแกลูกในท้องได้

แนวทางสำหรับดูแลลูกแมวตัวน้อย
1. ให้อาหารที่ถูก
ของกินเป็นต้นสายปลายเหตุที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าเหมียว (แล้วก็สัตว์อื่นๆ) เพราะฉะนั้นการเลือกสรรอาหารที่ถูกต้องแล้วก็สมควรในแต่ละตอนวัยแล้วก็ความต้องการพิเศษของสายพันธุ์คือสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพื่อวิวัฒนาการทางร่างกายจะได้เติบโตอย่างสะดวกไม่มีขัดข้อง
เวลานี้ท้องตลาดมีอาหารสำเร็จรูปนับไม่ถ้วนรอคอยให้คุณหยิบไปให้เจ้าเหมียวตัวน้อยที่บ้าน ข้อแนะนำกล้วยๆของเราก็คืออ่านฉลากข้างถุงให้เป็น ดูซิว่าอาหารดังกล่าวนั้นเหมาะกับตอนวัยใด สายพันธุ์ไหน ส่วนเรื่องรสชาตนั้นเจ้าเหมียวควรเป็นฝ่ายวินิจฉัย
ทั้งนี้ถ้าบ้านของคุณมีเจ้าตูบอยู่ด้วย เราขอเตือนไว้เลยว่าอาหารของหมาไม่เหมาะสำหรับแมว หมั่นคอยสังเกตด้วยล่ะว่าเจ้าเหมียวเข้าไปมั่วกินอาหารหรือไม่ ถ้าหากใช่ล่ะก็เก็บของกินให้มิดชิด เพื่อชีวิตอันสดใสของแมวน้อย ...อย่าลืมล่ะ
2. หาสัตวแพทย์
แมวเด็กย่อมต้องการการดูแลจากสัตวแพทย์มากยิ่งกว่าแมวโต ทั้งนี้ก็เพราะเขาจำเป็นจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนและก็ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การมองหาสัตวแพทย์ประจำตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ต้องคอยให้มีปัญหาสุขภาพก่อนค่อยพาไปคลินิกอีกต่อไป
สาเหตุที่คุณควรจะใช้สำหรับการเลือกเฟ้นสัตวแพทย์ประจำตัวนั้นขึ้นอยู่กับความอยากได้ของคุณเอง บางคนอาจไม่หวาดหวั่นหากจำต้องเดินทางไกลเพื่อเจอสัตวแพทย์ที่เรียนด้านแมวเหมียวมาโดยเฉพาะ บางคนก็บางทีอาจเน้นย้ำที่ความสบายสบายใกล้บ้านเป็นหลัก อื่นๆอีกมากมาย คำเสนอแนะของเราก็คือเลือกให้ตรงใจที่สุดเท่านั้นก็เพียงพอ
3. ขนงาม = ร่างกายแข็งแรง
จริงอยู่ว่าน้องเหมียวเป็นสัตว์รักสะอาด พวกเขาสามารถเลียขนเพื่อชำระล้างตนเองได้ตั้งแต่ยังละอ่อน แต่คุณเองก็สามารถช่วยเหลือเขาในการทำความสะอาดตนเองได้อย่างง่ายๆสิ่งเดียวกัน หมั่นช่วยเขาหวีขนบ่อยๆเพื่อกำจัดขนที่หลุดร่วง นอกจากจะช่วยเพิ่มสุขอนามัยให้เขาแล้ว ยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ระหว่างกันและกันอีกทางหนึ่งอีกต่างหาก
4. ป้ายชื่อเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
ว่ากันว่าแมวเหมียวนั้นมีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งกว่าน้องหมา พวกเขาสามารถออกท่องเที่ยวนอกบ้านเป็นวันๆได้โดยกลับมาเฉพาะตอนหิว ในเมื่อไลฟ์สไตล์ของเขาอยู่ไม่ติดบ้าน อะไรล่ะที่จะช่วยให้คุณมั่นอกมั่นใจได้ว่าเหมียวของคุณจะไม่เป็นอันตรายเมื่ออยู่ด้านนอก
ข้อแนะนำของเราก็คือปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่คอและก็ป้ายชื่อจ้ะ ใส่ให้เจ้าเหมียวของคุณตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อที่ว่าเวลาออกไปต่างประเทศบ้านผู้อื่นจะได้รู้ว่าเขาเป็นคนไหนกันมาจากไหน ยิ่งไปกว่านั้นควรจะระบุเนื้อหาให้ชัดเจนลงไปในป้ายชื่อเพราะเจ้าของคือผู้ใด เบอร์ติดต่ออะไร เผื่อเร่งด่วนจะได้ตามได้
นอกจากการเกี่ยวป้ายรวมทั้งปลอกที่เอาไว้ใส่คอแล้ว กรรมวิธีเพิ่มความปลอดภัยอีกอย่างก็คือพาเขาไปแนะนำตัวกับเพื่อนบ้านที่เชื่อถือได้ เพื่อให้เขาเป็นหูเป็นตาเวลาเจ้าเหมียวของคุณออกไปปั่นป่วนนอกบ้าน จะได้ช่วยกันจับไว้ไม่ให้ไปไกลบ้านเกินความจำเป็น

5. สอนตามความเหมาะสม
การเลี้ยงแมวเหมียวสักตัวนั้นไม่ใช่เรื่องยาก การฝึกหัดพวกเขาให้เป็นแมวที่ดีนั้นยิ่งง่ายยิ่งกว่าเดิม เพราะความประพฤติปฏิบัติตามธรรมชาติของเขานั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่แล้ว ขอแค่เวลาสำหรับเพื่อการใส่ใจอย่างเอาจริงเอาจังจากคุณเท่านั้นก็พอเพียง
โดยการฝึกหัดที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตแมวบ้านก็คือการใช้กระบะทรายสำหรับเพื่อการถ่าย หมั่นฝึกฝนตั้งแต่ยังเยาว์เพื่อสร้างการเขียนจำและทำให้เกิดความประพฤติอันเป็นนิสัย เทคนิคที่พวกเราอยากชี้แนะก็คือหามุมเหมาะสมสำหรับเพื่อการปลดทุกข์ ซื้อกระบะและทรายแมวจากร้านค้าขายวัสดุอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงมาเตรียมไว้ ลำดับต่อไปก็คือหมั่นจับเขาไปนั่งในกระบะเมื่อมองเห็นว่าเขากำลังจะทำธุระ ทำใหม่ๆจนให้เขาก้าวเข้ากระบะไปทำธุระด้วยตนเอง เพียงเท่านี้บ้านคุณก็จะเป็นระเบียบได้อย่างง่ายดาย
6. แมวจะต้องฝนเล็บ
คุณอยากให้เฟอร์นิเจอร์เป็นรอยสาเหตุจากความประพฤติปฏิบัติฝนเล็บตามบรรพบุรุษของแมวเหมียวหรือเปล่า หากคำตอบของคุณเป็นไม่ล่ะก็ หาซื้อวัสดุอุปกรณ์ฝนเล็บมาให้เขาอย่างด่วน เพื่อที่สิ่งของในบ้านของคุณจะไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากการครูดขีดด้วยกงเล็บ
วิธีสำหรับการเลือกซื้อที่ฝนเล็บสักชิ้นนั้นไม่มีอะไรยาก คุณลักษณะและก็คุณประโยชน์ในการใช้สอยแปรผันตามขนาดแล้วก็ราคา บางชิ้นคุณสามารถนำไปตั้งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งได้เลยในบ้าน เจ้าเหมียวก็สามารถนอนได้ฝนเล็บได้ ครบคุณลักษณะในชิ้นเดียว หรือบางชิ้นก็บางทีอาจเป็นเพียงแค่ที่ฝนเล็บสิ่งเดียวเพียงแค่นั้น คุณจะเลือกใดๆก็ตามแม้กระนั้นความสุขใจได้เลย
7. อย่าลืมการบริหารร่างกาย
การออกกำลังกายสำคัญสำหรับทุกสิ่งมีชีวิต แมวเหมียวเองก็ด้วยเหมือนกัน แม้เขาได้ยืดเส้นยืดสายอย่างพอเพียง โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่สอบถามหา ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน การขับถ่ายขาดตกบกพร่อง อื่นๆอีกมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยสนับสนุนความเป็นเพื่อนให้เขาร่าเริงแจ่มใสตลอดระยะเวลาอีกต่างหาก
ในเมื่อการบริหารร่างกายนั้นมีผลดีเยอะแยะขนาดนี้ คุณควรจำต้องผลักดันให้ถึงที่สุด จัดหาพื้นที่สำหรับการบริหารร่างกายให้เขา ซื้อของเด็กเล่นมาจัดแจง เพียงเท่านี้อาณาจักรสุขภาพของเหมียวก็เกิดขึ้นได้ไม่ยากด้านในภายของคุณเอง
8. เตรียมพร้อมเผื่อเร่งด่วน
ด้วยเหตุว่าพวกเราไม่บางทีอาจคาดคะเนได้ว่าเหตุฉุกเฉินจะเกิดขึ้นเมื่อใด การจัดเตรียมไว้ก่อนก็เลยเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรไม่มีความสนใจ อย่าลืมติดต่อมาและสอบถามสัตวแพทย์ใกล้บ้านให้เป็นระเบียบว่าสามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉินหรือไม่ ถ้าหากว่าไม่มีอย่าลืมหาคลินิกสำรองไว้ด้วย เวลากะทันหันจะได้ไม่ต้องวุ่นวายยังไงล่ะ
9. ดูแลเขาให้ถูกถูกทาง
การป้องกันนั้นดีกว่าการดูแลรักษาเมื่อยามป่วยไข้ ดังนั้นเมื่อรับเจ้าเหมียวตัวน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด อย่าลืมพาเขาไปรับวัคซีนให้ครบตามที่ได้มีการกำหนดนัดหมาย อายุเดือนครึ่งก็ต้องเตรียมพร้อมให้พร้อม สัตวแพทย์นัดเมื่อไรจำเป็นต้องไปห้ามพลาดเป็นอันขาด เพราะเหตุว่าวัคซีนแต่ละจำพวกหมายความถึงการปกป้องโรคร้ายที่ถ้าหากเป็นขึ้นมาล่ะก็จะรักษาตรากตรำ ไม่ว่าจะเป็น โรคไข้หัดหวัดแมว โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว อื่นๆอีกมากมาย
นอกจากการฉีดยาเพื่อปกป้องโรคแล้ว การถ่ายพยาธิคือสิ่งหนึ่งที่คุณไม่สมควรปล่อยปละละเลย อย่าลืมหารือสัตวแพทย์ให้เขาจัดตารางที่สมควรให้กับเจ้าเหมียวของคุณด้วยล่ะ อ๊ะๆ...เท่านี้ยังไม่หมดนะจ๊ะ อย่าลืมประเด็นการดูแลทำความสะอาดหู ตา จมูก รวมทั้งส่วนต่างๆของร่างกาย เพราะความสะอาดเป็นสิ่งที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด
10. ตรึกตรองเรื่องทำหมัน
ข้อในที่สุดที่เราต้องการฝากก็คือการทำหมันแมวเหมียว ถ้าหากคุณไม่ต้องการให้เขามีลูกมีหลานหรือเลี้ยงเพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ล่ะก็ ตัดสินใจคุมกำเนิดไปเลยเมื่ออายุครบเกณฑ์ (ตอนนี้สามารถคุมกำเนิดได้ตั้งแต่อายุครบ 10 อาทิตย์) ซึ่งการทำหมันนั้นจะช่วยลดปัญหาการกระทำฉี่เพื่อสร้างขอบเขตในแมวชายหนุ่ม รวมถึงช่วยให้เขาไม่ต้องออกไปเสาะหาคู่ครองนอกบ้าน อันเป็นเหตุให้เกิดอันตรายได้ไม่ยากสำหรับแมวสาวนั้นการทำหมันจะช่วยคุ้มครองป้องกันโรคมะเร็งเต้านม และก็ลดพฤติกรรมนิสัยเสียเมื่อถึงขณะสืบพันธุ์
อย่างไรก็แล้วแต่การตัดสินใจทำหมันหรือไม่สร้างขึ้นอยู่กับคุณแต่เพียงผู้เดียวค่ะ
สถานพยาบาลรักษาสัตว์ คนรักงสุนัข แมว กระต่าย กระรอกให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง ตอบได้ทุกปัญหา
 Line :solar147


เครดิตบทความจาก : http://www.vetpattanakarn20.com/

Tags : รักษาสัตว์, รักษาสัตว์ พัฒนาการ, หมอสัตว์ พัฒนาการ