แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - siritidaporn

หน้า: [1] 2 3 ... 13
1
เคล็ดลับหน้าใส มีอยู่หลายตำรับตำราด้วยกัน ตั้งแต่สูตรสมุนไพรโบราณ ที่หาได้ง่ายในห้องครัว ครีมบำรุงผิวสูตรต่าง ๆ เครื่องสำอางแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ไปจนถึงนวัตกรรมทรีตเมนต์ผิวหน้า ให้สวยกระจ่างใส

แต่หลายคน คงจะลืมไปว่า การผิวหน้าที่สวยใสนั้น ไม่ใช่แค่การบำรุงแต่เพียงอย่างเดียว หากควรได้รับการพักผ่อนดูแล รักษาความสะอาด ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งไม่แพ้การดูแลผิวแบบอื่น ๆ

โดยเฉพาะก่อนนอน คุณได้ดูแลผิวหน้าคุณเป็นอย่างดีแล้วหรือยัง เรามีเคล็ดลับการดูแลทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธีมาแนะนำกัน เพื่อจะได้มีใบหน้าที่สวยใส ไร้ริ้วรอย

เคล็ดลับหน้าขาวใส

ขั้นตอนแรก การบำรุงผิวหน้า – อยู่ที่การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้าของแต่ละคน

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่ผิวหน้าแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำนมเป็นหลัก เพราะจะช่วยทำความสะอาดและเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวเราด้วย สำหรับคนผิวมัน ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้งเป็นผลัก จะช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าด้วย

ขั้นตอนที่ 2 การทำความสะอาดใบหน้า – มีเรื่องที่ต้องใส่ใจอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน

– การใช้ Cleansing ให้นวดทาทิ้งไว้ 30 วินาที – 1 นาที เพื่อให้ตัวครีมละลายสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง คราบไขมันอุดตัน

– การล้างหน้า ควรล้างหน้าใบเบาบางที่สุด ไม่ขัดถูแรง ๆ เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย อย่าใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง เพราะจะมีแรงกดมาก เป็นสาเหตุของริ้วรอย ใช้เพียงนิ้วกลางและนิ้วนางโดยเริ่มหมุนนิ้วออกเป็นวงกลม เริ่มจากบริเวณคาง คลึงนวดเบาๆ ไล่ขึ้นไปตามแก้ม ไล่จากบริเวณจุดกลางไปตามลายกล้ามเนื้อออกไปทางด้านข้าง ไล่ขึ้นไปที่หน้าผาก เป็นการต้านแรงโน้ม อาจจะเน้นบริเวณร่องจมูก เพื่อป้องกันการเกิดสิวเสี้ยน ส่วนวิธีการล้างออกนั้น ให้วักน้ำขึ้นมาแปะผิวหน้า ลูบเบา ๆ ห้ามถู เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยเช่นกัน

จากนั้นปล่อยให้ผิวหน้าเราได้พักผ่อน ด้วยการเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูสภาพผิว ตื่นเช้ามาก็จะมีผิวสวยสดใสเปล่งปลั่ง ที่สำคัญ ใครที่มีสิวบ่อย ๆ ใช้วิธีนี้ สิวจะลดลงด้วย อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะคะ




 
เคล็ดลับดูแลหน้า ขาวใส ก่อนนอน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

2
การทำความสะอาดสแตนเลสอย่างง่าย ๆ เมื่อใช้อุปกรณ์ เครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของใด ๆ ก็ตามมักจะเกิดรอยคราบ รอยสกปรกติดอยู่ สเตนเลสก็เหมือนวัสดุทั่วไปที่เมื่อนำมาใช้จะเกิดคราบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคราบอาหาร คราบนิ้วมือ คราบตกค้างจากสารทำความสะอาด หรือการใช้สเตนเลสในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน เช่น แถบพื้นที่ชายฝั่งทะเล สิ่งเหล่านี้ย่อมก่อให้เกิดคราบสกปรก ความหม่นของผิว หรือการกัดกร่อน ดังนั้นการจะทำความสะอาดสเตนเลส ก่อนอื่นสิ่งที่เราควรคำนึงถึง

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนทำความสะอาดสแตนเลส
1. ต้นเหตุของการเกิดคราบหรือรอยสปรก
2. อุปกรณ์ทำความสะอาด
3. สารทำความสะอาด
4. สภาพแวดล้อม

เทคนิคการทำความสะอาดสแตนเลส ในกรณีต่างๆ
สแตนเลสมีรอยเปื้อนที่เกิดจากฝุ่นผง ดิน รอยนิ้วมือ
เพียงแค่ใช้ฟองน้ำชุบน้ำอุ่น หรือผงซักฟอก หรือสบู่ละลายกับน้ำอุ่น เช็ดบริเวณรอยเปื้อนแล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าขนหนูหรือผ้าธรรมดาหากคราบสกปรกยังติดอยู่ อาจใช้น้ำอุ่นผสมสารละลาย เช่น แอลกอฮอลล์ หรือ อาเซโตน ล้างออกด้วยน้ำเย็น และเช็ดให้แห้ง

สแตนเลสมีรอยนิ้วมือที่ติดมานาน
ก่อนทำความสะอาดควรสวมถุงมือ เพราะต้องใช้โซดาไฟและถูด้วยแผ่นยางเบา ๆ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดหลังจากนั้นล้างด้วยน้ำอุ่น ทางที่ดีควรเช็ดให้แห้งด้วย

สแตนเลสเลอะคราบชาและกาแฟ
หากใช้ถ้วยสเตนเลส หรือบางบ้านใช้หม้อสเตนเลสต้มชา หรือแม้กระทั่งหม้อต้มกาแฟสเตนเลส เมื่อใช้ไปนาน ๆ แล้วไม่ทำความสะอาดให้ดี อาจเกิดรอยคราบของชาหรือกาแฟ ขอแนะนำให้ล้างภาชนะหรือหม้อต้มด้วยโซดาไบคาร์บอเนตกับน้ำ แล้วล้างออกอีกครั้งด้วยน้ำสบู่ จากนั้นล้างให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น ขั้นตอนสุดท้ายก็เช็ดให้แห้ง

สแตนเลสมีคราบน้ำมะนาวหรือน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรด
จุ่มสเตนเลสลงในน้ำส้มสายชูเจือจาง 25% ล้างให้สะอาด ล้างออกด้วยน้ำสบู่และน้ำ และล้างด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง เช็ดให้แห้ง หากยังไม่สะอาดพอ อาจจะใช้กรดไนตริกผสมกับน้ำในอัตราส่วน 15 ต่อ 85 ราดบนผลิตภัณฑ์หรือบนอุปกรณ์สเตนเลสที่มีคราบเปื้อน หลังจากนั้นล้างให้สะอาดด้วยน้ำ ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่ แล้วจึงล้างด้วยน้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าสะอาด แล้วจึงเช็ดให้แห้ง

สแตนเลสที่คราบสกปรกเกิดจากโรงงาน
เช่น จารบี น้ำมัน ฝุ่นผง เศษโลหะเล็ก ๆ จากการกัด ไส กลึง ด้วยเครื่องจักร กระบวนการประกอบ น้ำมันหล่อลื่นชนิดที่มีฤทธิ์เป็นด่างและไม่มีฤทธิ์เป็นด่าง กราไฟท์ โมลิบดินัม ซิลิกา … น้ำมัน คราบมัน และ จาระบีเมื่อ เกิดรอยเปื้อนจากคราบน้ำมัน หรือจาระบี ให้ใช้แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณรอยเปื้อนหรือจุ่มสเตนเลสลงในแอลกอฮอล์ แล้วล้างน้ำอุ่นผสมกับสบู่หรือผงซักฟอก หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำ และเช็ดให้แห้ง

สแตนเลสมีสิ่งสกปรกที่แข็งติด และสีของผิวสเตนเลสเปลี่ยนเนื่องจากความร้อน
ทา ครีม หรือผงขัด (เช่น บัรสโซ) ลงบนชิ้นงานแล้วขัดคราบที่ติดบนชิ้นงานไปในทิศทางเดียวกันกับโครงสร้างของ ผิว ล้างด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้ง หรือล้างด้วยสารละลายของกรดฟอสสเฟอร์ริก และล้างด้วยสารละลายแอมโมเนีย แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำ และเช็ดจนแห้ง

สแตนเลสเปื้อนสี หรือสิ่งสกปรกที่ติดแน่นมาก
ถ้าสเตนเลสที่เกิดเปื้อนสี อาจจะเป็นสีทาบ้าน แล้วกระเด็นมาโดน เป็นต้น ของแนะนำให้ใช้ฟองน้ำหมาด ๆ จุ่มผงขัด ถูตรงรอยเปื้อนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ควรถูไป ๆ มา ๆ เสร็จแล้วล้างด้วยน้ำ และเช็ดให้แห้ง หรือจะล้างด้วยสารละลายสี โดยใช้แปรงไนลอนนุ่ม ๆ ถูบริเวณที่เกิดรอยเปื้อนเบา ๆ จนคราบหลุดออก แล้วล้างออกด้วยน้ำหลังจากนั้นก็เช็ดให้แห้ง

ป้าย และสติ๊กเกอร์ สแตนเลส
จุ่มชิ้นงานสเตนเลสลงในน้ำสบู่อุ่น ๆ เพื่อลอกเอาป้ายออก จากนั้นล้างให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น เช็ดให้แห้งด้วยผ้า หากยังไม่ออกให้ถูกาวออกด้วยเบนซิน ล้างด้วยน้ำสบู่ และล้างด้วยน้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีคราบน้ำมันเบนซินติดอยู่ แล้วเช็ดให้แห้ง

สแตนเลสมีรอยครูดกับพื้น หรือรอยแปรงขัดบาง
คนเข้าใจผิด คิดว่าทำความสะอาดด้วยแปรงขัดลวด แล้วคราบต่าง ๆ จะหมดไป โดเฉพาะอุปกรณ์เครื่องครัว จึงทำให้อุปกรณ์เต็มไปด้วยรอยมากมาย ต้องจำไว้เลยว่า ห้ามใช้แปรงเหล็ก หรือฝอยเหล็กที่ทำจากเหล็กกล้าคาร์บอน เมื่อมีรอยเปื้อนประเภทนี้เกิดขึ้น ให้ขัดด้วยลูกล้อขัดในไปในทิศทางเดียวกัน ล้างด้วยน้ำผสมสบู่ หรือผงซักฟอก ตามด้วยน้ำสะอาดจนกว่าจะหมดคราบ และเช็ดแห้ง (ข้อควรระวัง ในการใช้ลูกล้อขัดก็คือ วิธีการนี้จะไม่ใช้กับผิวสเตนเลส 2B หรือ 2D หรือผิวงานสำหรับตกแต่ง)



รวมเทคนิควิธีทำความสะอาดส เครื่องครัว แตนเลส ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เครื่องครัว/

3
ห้องนอน สไตล์ธรรมชาติ เน้นการตกแต่งให้ออกมาดูมีความเป็นธรรมชาติจริงๆ เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยในห้องนั้นได้รับความสดชื่น เกิดการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

การแต่งห้องนอนให้น่าอยู่ ย่อมต้องมีมากกว่าเตียงนอนนุ่มๆ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะดูน่าเบื่อ มองแล้วไม่สดชื่น ไม่ช่วยให้การพักผ่อนน่าพิสมัยมากนัก ยิ่งทุกวันนี้คุณต้องออกจากบ้านเผชิญปัญหา อุปสรรค และความวุ่นวายในชีวิต คุณจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมี ห้องนอน ที่ทำให้คุณได้พักกายพักใจได้อย่างเต็มที่ วันนี้เราได้รวบรวมไอเดียการแต่งห้องนอนสไตล์ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้สัมผัสการพักผ่อนอย่างแท้จริง เหมือนกับคุณได้ลาพักร้อนไปใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเลยจ้า

1.แขวนโคมไฟขนาดเล็ก
โคมไฟก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสร้างบรรยากาศภายในห้องได้ เพียงคุณหาโคมไฟสวยๆ มาแขวนไว้ในห้องสัก 1-2 อัน เลือกที่มีลักษณะเหมือนดอกไม้ หรือต้นไม้ เพื่อให้เข้ากับบ้านสไตล์ธรรมชาติที่คุณตกแต่งไว้ ทั้งนี้แสงของโคมไฟควรเลือกใช้แสงสีส้มนวลๆ เพื่อจะได้ทำให้ห้องดูสว่างไสว และปลอดโปร่งมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนกับแสงแดดยามเช้าแสนอบอุ่นที่สาดส่องเข้ามาในบ้าน เพียงเท่านี้บรรยากาศในห้องของคุณก็จะรู้สึกอบอุ่น และผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นค่ะ

2.ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้
ในเมื่อเราจะแต่งห้องให้ดูเป็นธรรมชาติ แล้วห้องเราจะขาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ไปได้อย่างไร แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะสามารถใช้อะไรก็ได้ที่ทำจากไม้มาแต่งห้องนะคะ เพราะเฟอร์นิเจอร์ไม้ธรรมดาทั่วไปที่ขายตามท้องตลาดก็อาจไม่ได้สวย หรือดูดีพอที่ทำให้ห้องของเรากลายเป็นสไตล์ธรรมชาติตามที่คิดไว้ คุณอาจจะต้องใช้เวลามองหาเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้แล้วดูเก๋ เช่น โต๊ะไม้สวยๆ หรือเถาวัลย์ สิ่งพวกนี้จะทำให้ห้องของคุณเข้าใกล้ความเป็นธรรมชาติขึ้นมาได้นั่นเอง

3.แต่งห้องด้วยต้นไม้
ชีวิตคนเมืองวันๆ เจอแต่ห้องสี่เหลี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทำงาน หรือกลับมาที่บ้าน จะดีกว่าไหมถ้าเราเพิ่มพื้นที่สีเขียวเข้าไปในห้อง ให้คุณรู้สึกได้ถึงธรรมชาติรอบๆ ตัวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม โดยการนำต้นไม้มาประดับห้อง ขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ เท่าที่คุณจะสามารถนำมาวางในห้องได้ และต้องดูด้วยว่าต้นไม้ชนิดนั้นสามารถปลูกในห้องนอนได้หรือเปล่า เพื่อจะได้ไม่มีผลกระทบกับคุณในระหว่างที่กำลังหลับนั่นเอง สำหรับต้นไม้ที่เราแนะนำให้ปลูก ได้แก่ ปาล์มไผ่, พลูด่าง, ลิ้นมังกร, เศรษฐีเรือนใน,วาสนา และสับปะรดสี ต้นไม้เหล่ามีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศดีเยี่ยม ช่วยกำจัดสารพิษที่ปะปนอยู่ในอากาศได้ดี ทำให้คุณนอนหลับสบาย แต่ถ้าคุณหาต้นไม้จริงไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้ก็มีต้นไม้ปลอมหน้าตาเหมือนจริงออกมาไว้ให้เป็นทางเลือก มีขายเยอะมาก คุณสามารถใช้สิ่งนี้ทดแทนได้ และช่วยให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

4.พรมลายธรรมชาติ
พรมก็เป็นส่วนหนึ่งในการแต่งเติมบรรยากาศให้กับ ห้องนอน ได้เช่นกัน ไม่ได้มีหน้าที่ให้ความอุ่นกับเท้าในยามกลางคืนเพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับห้องได้อีกด้วย ลองเลือกพรมที่มีสีเขียวปนน้ำตาล หรือจะเลือกพรมที่มีลวดลายธรรมชาติอย่าง ลายต้นไม้ ลายดอกไม้ หรือลายใบไม้ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยทำให้ห้องดูสวยสะดุดตาขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

5.วอลเปเปอร์รูปต้นไม้
วอลเปเปอร์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตกแต่งห้องนอนที่ง่ายมากๆ เพียงคุณลองหาวอลเปเปอร์รูปต้นไม้ในป่ามาติด ก็จะทำให้ห้องนอนของคุณมีกลิ่นอายของธรรมชาติ รับสัมผัสที่สดชื่น นอกจากจะเป็นวิธีตกแต่งที่ง่ายดายมากๆ แล้ว ยังเป็นการตกแต่งแบบสวยประหยัด สามารถเปลี่ยนแปลงได้บ่อยอีกด้วยค่ะ สำหรับคนงบน้อยลองเก็บเอาไว้เป็นตัวเลือกดูนะคะ

6.แต่งห้องสไตล์ Southwestern
การแต่งห้องสไตล์นี้มีกลิ่นอายที่ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนกับสไตล์ของชาวอินเดียแดง มักใช้วัสดุและสีธรรมชาติเป็นหลัก เช่น โทนสีอิฐ โทนสีน้ำตาลของหิน ดิน ทราย และไม้ สีแทน สีครีม และสีขาว ซึ่งให้อารมณ์เหมือนอยู่บนเทือกเขา และท้องทุ่งกว้าง ส่วนการตกแต่งเน้นเป็นพื้นที่เปิดโล่ง สำหรับของตกแต่งจะเน้นงานไม้ งานแกะสลัก งานผ้าทอ หนังนุ่มๆ สักผืน และไม้กระบองเพชร หรือไม้อวบน้ำ ก็จะช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับห้องได้ดีค่ะ

7.แต่งห้องสไตล์ Tropical
การแต่งห้องสไตล์นี้ยังคงไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติ แต่จะเอนเอียงไปทางโซนร้อนสักหน่อย เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศโซนร้อน แต่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา เพราะเน้นการใช้สีเลียนแบบธรรมชาติอย่างสีเขียวใบไม้ สีฟ้าน้ำทะเล สีเหลืองสดใสเป็นหลัก ก็อาจจะเสริมความสดชื่นด้วยต้นไม้จริงที่มุมห้อง และพรมสีครีมที่ดูเผินๆ แล้วเหมือนผืนทราย ก็ทำให้ห้องดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบ



รวมไอเดีย ห้องนอน สไตล์ธรรมชาติ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/ห้องนอน/

4
“PrimeTime” เอาใจคอหนัง-ซีรีย์ เสิร์ฟความบันเทิง คมชัด ทะลุพิกัด เหนือชั้นด้วยระบบเสียง DTS Surround 5.1 และ HeadphoneX เจ้าแรกของไทย

PrimeTime ผู้ให้บริการธุรกิจทีวีออนไลน์ แบบออนดีมานด์ ที่มีภาพยนตร์ใหม่ ภาพยนตร์ฮิต พร้อมทั้งซีรีย์ดังมากมาย พร้อมเปิดให้บริการ เอาใจคอหนังชาวไทยแล้ววันนี้

โดยรับชมผ่านอินเทอร์เน็ต ในรูปแบบ Video on demand (VOD) ที่สามารถ สมัครแพ็คเกจชม ภาพยนตร์สุดฮิตกว่า 1,000 เรื่องต่อปี และ ซีรีย์ ดังกว่า 2,000 ตอนต่อปี อย่างถูกลิขสิทธิ์จาก 6 ค่ายชั้นนำของฮอลลีวูด ไม่ว่าจะเป็น Walt Disney, Warner Bros, 20th Century Fox , Paramount, NBC Universal และ Sony Pictures

มีให้เลือกทั้งแบบพากย์ไทย และซาวน์แทร็ก บทบรรยายไทย หรือ บทบรรยายอังกฤษ มีความคมชัดสูงสุดถึงระดับ Full HD พร้อมด้วยระบบเสียง DTS Surround 5.1 และ HeadphoneX (ให้เสียงเซอร์ราวด์ในขณะใส่หูฟัง) ซึ่งเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย ที่นำคุณภาพระดับสูงมาใช้ในระบบออนไลน์ และมุ่งหน้าสู่การ ให้บริการความคมชัดสูงสุดถึงระดับ Ultra HD ในอนาคตอันใกล้

สำหรับ จุดเด่นของ PrimeTime คือ content ภาพยนตร์ ที่จะเข้าสู่บริการหลังลาโรงเพียง 2-3 เดือนและมีซีรีย์ดังตอนล่าสุด และย้อนหลังพร้อมกันกับอเมริกา (ที่ได้สิทธิ์)

อีกทั้งสามารถรับชมได้กับทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ไอแพด คอมพิวเตอร์พีซี และสมาร์ททีวี และยังสามารถรับชมได้ทุกที่ ทุกเวลาและไม่ต้องติดตั้งสาย อะไรให้ยุ่งยากเพียงแค่โหลด แอพพลิเคชั่น PrimeTime ผ่านทางระบบ iOS ที่ App Store และระบบ Android ที่ Google Play

และยังสามารถต่อออกทีวีได้จากหลายอุปกรณ์ เช่น Apple TV, Chromecast และผ่ายสาย HDMI โดยยังคงให้ภาพคมชัดถึงระดับ

Full HD หรือรับชมโดยตรง ผ่านทาง www.GoPrimetime.tv

ทั้งนี้ PrimeTime ยังอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ให้สามารถซื้อ หรือ สมัครบริการได้หลากหลาย ช่องทาง เช่น ระบบ เครดิตการ์ด, PayPal, เคาเตอร์ธนาคาร, ตู้เอทีเอ็ม ,อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง, เคาเตอร์เซอร์วิส เว็บไซต์ www.GoPrimetime.tv และตัวแทนจำหน่าย เช่น DNA, iStudio by Comseven, iBeat by Comseven, Banana IT, Banana Mobile และอื่นๆ

โดยมีแพคเกจให้เลือก ดังนี้บุฟเฟ่ต์หนังฮิตราคา 199 บาท ต่อเดือน, หนังใหม่และบุฟเฟ่ต์หนังฮิต ราคา 299 ต่อเดือน, บุฟเฟ่ต์ซีรีย์ ราคา 299 บาทต่อเดือน และรวมทุกแพคเกจ หนังใหม่ หนังฮิต และซีรีย์ในราคา 549 บาทต่อเดือน (12เดือนเหลือเพียงเดือนละ 399 บาท)

หรือแม้กระทั่งซื้อเฉพาะตั๋วเช่าหนังใหม่ได้ในราคาเริ่มต้น เรื่องละ 75 บาท (ผ่านแอพพลิเคชั่น) ซึ่งลูกค้า สามารถเลือกซื้อได้ ตามความต้องการ โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ


“PrimeTime” บริการ หนังใหม่ และซีรีย์ สนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้ครบทุกรูปแบบของชีวิต ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/ดูหนัง/

5
สุนัขที่กินอึ หรือฉี่ของตัวเอง จะพบในสุนัขเพศเมียมากกว่าเพศผู้
• มักเกิดขึ้นกับสุนัขอายุน้อย หรือลูกสุนัข และจะพบได้น้อยในสุนัขที่มีอายุเยอะ

ใครที่เลี้ยงหมาอาจจะเคยเห็นพฤติกรรมแปลกๆ เช่น การกินอึ หรือ ฉี่ ของตัวเองกันมาบ้าง ว่าแต่ว่าพวกมันทำอย่างนั้นไปทำไมนะ แล้วการปล่อยให้กินอึแบบนี้จะปลอดภัยรึเปล่านะ? วันนี้น้องแมวสีเทาจะพาไปดูสาเหตุที่ทำให้น้องหมากินอึตัวเองกันค่ะ

หมา02

1. การกินอึที่ติดเป็นนิสัย
สุนัขอาจจะอยู่ในอารมณ์เบื่อหน่าย เพราะถูกทิ้งให้อยู่ตัวเดียวเป็นประจำ โดยอาจจะโดนขังให้อยู่ในกรงตลอดเวลา และกรงที่สุนัขอาศัยอยู่นั้นอาจไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกสุขลักษณะ ทำให้เมื่อสุนัขขับถ่ายออกมาจึงเกิดความสกปรกเลอะเทอะ สุนัขก็ทำความสะอาดโดยการเลีย เมื่อทำแบบนี้บ่อยๆ มันจะเกิดความเคยชินกับการเลียอึ หรือฉี่ของตัวเอง และในที่สุดสุนัขก็จะเข้าใจว่าอึและฉี่เป็นอาหารไปโดยปริยาย

2. เกิดจากความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร
อาจเกิดขึ้นจากร่างกายของสุนัขไม่สามารถย่อย หรือดูดซึมรับเอาอาหารที่กินเข้าไป เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ อาจพบในสุนัขที่มีปัญหาเรื่องตับอ่อน ไม่สามารถสร้างน้ำย่อยได้ สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้หากกินอะไรเข้าไปแล้วขับถ่ายออกมา อึจะยังคงมีลักษณะเดิมของอาหารที่กินเข้าไป เพียงแต่อาจถูกบดย่อยให้เล็กลง และเละขึ้นเท่านั้น สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้จะหิวง่ายและกินอึของตัวเองได้

3. การสื่อสารที่ไม่ดีของผู้เลี้ยงกับน้องหมา
อีกด้านหนึ่งในมุมมองของนักจิตวิทยา การที่สุนัขกินอึหรือฉี่ของตัวเอง อาจจะสะท้อนให้เห็นถึงการสื่อสารที่ไม่ดีของผู้เลี้ยงกับสุนัข การที่สุนัขกินอึหรือฉี่ของตัวเองนั้น อาจเกิดจากการที่เจ้าของมักจะดุหรือตี เมื่อสุนัขขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทาง หรือไม่ตรงตามจุดที่เจ้าของเตรียมไว้ให้ เมื่อโดนดุและโดนตีมากๆ จะทำให้สุนัขเกิดความเครียด และกลัวว่าจะถูกทำโทษอีก สุนัขจึงรู้สึกว่าเมื่อขับถ่ายออกมาแล้วต้องรีบทำลายหลักฐานโดยการกิน เพื่อไม่ให้เจ้าของรู้ว่าตัวเองขับถ่ายไม่เป็นที่ เพื่อไม่ให้ถูกลงโทษอีก

วิธีแก้ไขพฤติกรรม
1. รีบเก็บอึไปทิ้ง เมื่อสุนัขถ่ายเสร็จแล้วให้เจ้าของรีบเก็บทิ้งทันที

2. ดุเมื่อเห็นน้องหมากินอึ เมื่อเห็นน้องหมากินอึให้ดุเขาทันทีเลยค่ะ หรือทำเสียงดังๆ เพื่อให้เขาตกใจ เมื่อทำแบบนี้ทุกครั้งสุนัขก็จะค่อยๆ เรียนรู้ไปเองว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ผิด

3. พาน้องหมาไปขับถ่าย เจ้าของควรที่จะพาเค้าออกไปเดินเล่นเพื่อการขับถ่ายอย่างเป็นเวลา และสม่ำเสมอ เมื่อน้องหมาทำธุระเสร็จให้จูงน้องหมาออกมาจากบริเวณนั้น และให้รางวัลเป็นขนม หรือของเล่น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

4. เปลี่ยนกลิ่นอึของน้องหมา ทำให้เค้าเกลียดกลิ่นอึของตัวเอง โดยการเอาพริกป่น พริกไทย หรือน้ำส้มสายชู มาเทราดลงบนอึของน้องหมา

5. ปรับเปลี่ยนอาหาร เติมส่วนผสมบางอย่างลงไปในอาหาร เพื่อทำให้อุจาระมีกลิ่นที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น การเติมน้ำมันพืช 15 ซี.ซี. ต่อน้ำหนักตัวของสุนัข 4.5 กิโลกรัม

6. ให้น้องหมากินผัก หรือผลไม้ที่มีกากใยมากๆ การให้น้องหมากินผัก หรือผลไม้ที่มีกากใยมากๆ จะทำให้องค์ประกอบของอุจาระแตกต่างไป ส่งผลให้น้องหมาไม่ชอบและไม่คุ้นลิ้น จากนั้นเค้าจะเลิกกินอึไปเองค่ะ

7. สังเกตว่าเกิดจากการผิดปกติของร่างกายหรือเปล่า เจ้าของควรพาน้องหมาเข้ารับการตรวจจากสัตวแพทย์ และแก้ไขตามความผิดปกติ ซึ่งอาจเพิ่มการทานเอนไซม์ช่วยย่อย เพื่อให้การย่อยอาหารทำงานได้สมบูรณ์มากขึ้น หรือการควบคุมปริมาณของสารอาหาร ทั้งโปรตีนและไขมัน ไม่ให้เกินระดับความต้องการของร่างกายสุนัขมากเกินไป


เฮ้ยยย! น้อง หมา กินอึต้องทำอย่างไร ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/หมา/

6
 หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Samsung Galaxy Note 9 ซึ่งจัดว่าเป็น Smart Phone ที่ครบทุกความต้องการอย่างมาก แต่ว่าถ้าคุณมีเงิน 33,900 บาท แต่ไม่อยากจ่ายให้กับ Galaxy Note 9 จะมีตัวเลือกอะไรที่น่าสนใจบ้าง วันนี้ Sanook! Hitech มีตัวเลือกมาแนะนำดังนี้

Samsung Galaxy S9+ 128GB ราคา 33,900 บาท

ตัวเลือกแรกที่จะแนะนำคือ Samsung Galaxy S9+ ความจำ 128GB ที่ราคานั้นเท่าๆ กันเลย ด้วยความสามารถในเรื่องของกล้องหลังแบบ Dual Aperture ปรับระดับของรูปรับแสงได้เอง และมีโหมดการทำงานต่าง ๆ ใกล้เคียงกับ Note 9 เลยก็ว่าได้ ทำให้เกิดความลังเลในใจ แค่ว่ามันไม่มีปากกา S Pen เท่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าต้องการปากกาหรือเปล่า ถ้าไม่ ตัวนี้สามารถซื้อได้ เพราะมีส่วนลดและโปรโมชั่นให้เลือกอยู่

Huawei P20 Pro ราคา 27,990 บาท

มือถือกล้องหลัง 3 ตัวพร้อมกับเทคโนโลยี AI และระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดตัวเครื่องทำได้เร็วพร้อมแบตเตอรี่จัดว่าอึดมากของวงการ ทำให้คุณปฏิเสธไม่ลง ถ้าจะเลือกมือถือรุ่นนี้มาใช้เช่นกัน เว้นแต่ S Pen คือคำตอบสุดท้าย

iPhone 8 Plus 64GB ราคา 32,500 บาท

สำหรับสาวกทั้งหลายถ้างบมีแค่ 33,900 บาท คุณจะได้ iPhone 8 Plus ความจุ 64GB แม้ว่าจะน้อยกว่า Samsung Galaxy Note 9 ครึ่งหนึ่ง แต่ได้ในเรื่องของระบบปฏิบัติการ iOS พร้อมกล้องหลังคู่ และแบตเตอรี่ที่จัดว่าทนอีกรุ่นหนึ่งของตลาด แต่ถ้าติดสัญญาก็อาจจะได้รุ่น 256GB เลยก็ได้เช่นกัน แค่บทความนี้เราแนะนำเครื่องเปล่า


รวม มือถือ ที่งบไม่เกิน 33,900 บาท ที่ใครไม่อยากรอ “Samsung Galaxy Note 9” ซื้อได้เลย ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/it/

7
ถ้าพูดถึงประเทศสิงคโปร์ หลายคนคงคิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต อย่างสวนสนุก Universal Studio, Marina Bay, Garden by the Bay, Merlion, Singapore Eyes Flyer รวมถึงแหล่งช้อปปิ้งอย่างถนน Orchard, Chinatown ฯลฯ แต่รู้หรือไม่ว่าช่วงกลางคืนก็มีสถานที่ให้เราออกไปแดนซ์ไปดื่มให้สนุกสุดเหวี่ยง นี่เลย! วันนี้เราเลยรวบรวม แหล่ง เที่ยวผับสิงคโปร์ ที่ต้องไป! จะมีที่ไหนบ้าง ตามมาดูเลยค่ะ

1.Zouk Club

ได้ยินมาว่าพอวัยรุ่นชาวสิงคโปร์อายุครบ 18 เมื่อไหร่ Zouk Club นี่แหละ เป็นไนท์คลับที่เหล่าวัยรุ่นปรารถนาอยากจะมาเข้าผับครั้งแรกในชีวิต เพราะ Zouk Club ถือเป็นไนท์คลับที่มีชื่อมากที่สุดในสิงคโปร์ เนื่องจากเปิดมาอย่างยาวนานกว่าสองทศวรรษ เรียกว่าเป็นตำนานของเหล่าบรรดาขาแดนซ์เลยก็ว่าได้ ที่ Zouk Club มีห้องที่เปิดเพลงหลากหลาย โดยมีดีเจเปิดแผ่นและมิกซ์เสียงรับหน้าที่ดูแลในแต่ละแนวเพลง ไม่ว่าจะเป็น เทคโน, โซล แอนด์ การาจ, ฮิปฮอป, ดรัม แอนด์ เบส, ดิสโก้, ดาวน์ เทมโป และ เพลงป๊อบมิกซ์ ช่วงระหว่างยุค 70s-90s เป็นต้น หลายๆ ครั้งก็จะมีไลฟ์โชว์จากศิลปินต่างประเทศหมุนเวียนมาแสดงสด อาทิ Galliano, Chemical Brothers, Heart and Kylie Minogue สำหรับค่าเข้าก็อยู่ที่ประมาณ 20 SGD (510 บาท) ได้ฟรี 1 ดริ๊งค์ ซึ่งทุกวันพุธจะเป็น Lady night ผู้หญิงเข้าฟรีค่ะ

2.Canvas Nightclub (formerly Home Club)

Canvas Nightclub ผับสุดฮิปแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ตั้งอยู่ในย่าน Clarke Quay เป็นที่นิยมในหมู่นักเที่ยวผับสิงคโปร์เช่นกัน ในสมัยก่อนที่นี่มีชื่อว่า Home Club เปิดมาตั้งแต่ปี 2004 และปิดตัวลงในปี 2014 แต่ไม่กี่เดือนต่อมาก็กลับมาเปิดภายใต้ชื่อ Canvas Nightclub จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในตอนกลางวัน ที่นี่คืออาร์ตแกลเลอรี่สุดแนว และจะเปิดเป็นผับที่ชั้นใต้ดินในเวลากลางคืน เราจะเห็นหนุ่มสาวฮิปสเตอร์แต่งตัวเท่เดินวนเวียนแถวนี้บ่อยๆ เชียวล่ะ ค่าเข้าอยู่ที่ประมาณ 20-30 SGD (510-765 บาท) ได้ฟรี 1 ดริ๊งค์

3.Club Kyo

Club Kyo คือผับใต้ดินยอดนิยมแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ทั้งเพลงที่เปิดเป็นที่นิยมแถมที่ตั้งยังอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ที่ชั้นใต้ดินของเก็กเสงทาวเวอร์ (Keck Seng Tower) เน้นเปิดเพลงแนวเทคโน ทุกคืนจะเต็มไปด้วยผู้คนที่พากันมาแดนซ์ออนเดอะฟลอร์ ที่นี่เคยถูกโหวตให้เป็นผับในสิงคโปร์ที่น่าไปเที่ยวที่สุด ใครที่อยากเที่ยวผับสิงคโปร์สักครั้งในชีวิต มาที่นี่ก็ไม่เลวเลยนะ ค่าเข้าประมาณ 20-25 SGD (510-770 บาท)

4.Attica

ใครที่ชื่นชอบการแดนซ์จะต้องชอบที่นี่อย่างแน่นอน กับ Attica แหล่งรวบรวมสีสันยามค่ำคืนของ Clarke Quay ภายในมีฟลอร์เต้นรำขนาดใหญ่ถึง 2 ชั้นด้วยกัน แบ่งออกเป็นโซนตามแนวเพลงที่เปิด อาทิ ป๊อป, ฮิปฮอป, เฮ้าส์ และอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถจุคนได้ถึง 500 คน พื้นที่โซนด้านนอกสำหรับผู้ที่ต้องการสูดอากาศ หรือนั่งดื่มอะไรเบาๆ ก่อนเข้าไปข้างใน ค่าเข้า 30 SGD (765 บาท) ได้ฟรี 2 ดริ๊งค์ โดยทุกวันพุธผู้หญิงเข้าฟรีค่ะ



แหล่ง เที่ยวผับสิงคโปร์ มันส์กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!! ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://tomorrowland.club/ผับ/

8
บริการให้คำปรึกษาแนะนำแนวทางในการบริหารความเสี่ยงและการประเมินผลระบบการบริหารความเสี่ยงขององค์กร

โดยการนำเอาหลักการบริหารความเสี่ยงมาปฏิบัติใช้ประกอบการดำเนินธุรกิจ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ธุรกิจของท่านสามารถดำเนินธุรกิจได้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย ปราศจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทั้งภายใน ภายนอกองค์กร และความไม่แน่นอนต่างๆ อาทิ เช่น วิเคราะห์ VALUE DRIVER, RISK DRIVER, KRI, PORTFOLIO VIEW OF RISK และ LEADING INDICATOR ของทั้งตัวชี้วัดระดับองค์กรและความเสี่ยงองค์กร เป็นต้น

การดำเนินงานตามกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานขององค์กรในปัจจุบัน มักต้องเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งมีความไม่แน่นอนที่อาจมีผลกระทบในเชิงลบหรือเป็นความเสี่ยงต่อการบรรลุเป้าหมายได้เสมอ ดังนั้น ผู้บริหาร รวมถึงบุคลากรทุกระดับจำเป็นจะต้องตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และสร้างวัฒนธรรมการบริหารและปฏิบัติงานที่คำนึงถึงความเสี่ยงอย่างทั่วถึงทั้งองค์กร ซึ่งสนับสนุนการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรได้

ทริสเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารความเสี่ยงองค์กร ที่มีประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาทั้งใน
ด้านการบริหารความเสี่ยงและด้านการประเมินผลระบบการบริหารความเสี่ยง และมีงานบริการดังนี้

จัดวางระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดีตามแนวทางและมาตรฐานที่เป็นสากล
ประเมินระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อหาช่องว่าง (GAP ANALYSIS) ของระบบการบริหาร
ความเสี่ยงขององค์กรที่มีอยู่ในปัจจุบันกับการบริหารความเสี่ยงตามแนวทางและมาตรฐานที่ดีเพื่อ


ที่ปรึกษาด้าน การบริหารความเสี่ยง ขององค์กร ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.tris.co.th/service/

9
 ในแหล่งธรรมชาตินั้นปกติเชื้อแบคทีเรียจะเติบโตอยู่รวมกันหลายๆสายพันธุ์เพื่อการคัดแยกและจำแนกชนิดของแบคทีเรียแต่ละสายพันธุ์ จะต้องมีขั้นตอนการทำให้ เชื้อบริสุทธิ์ (pure culture)

โดยเทคนิคที่ทำได้ง่ายคือ spread plate technique ซึ่งเทคนิคนี้แบคทีเรียที่ถูกทำให้เจือจางให้มีจำนวนประมาณ 100-200 เซลล์ หรือน้อยกว่าจะถูกนำไปวางตำแหน่งตรงกลางของจานเพาะเชื้อ (petri dish/plate) แล้วทำการเกลี่ยให้เชื้อกระจายทั่วด้วยแท่งแก้วรูปตัว L หลังจากบ่มที่อุณหภูมิที่ เหมาะสม 37 องศา ระยะเวลา 24-48 ช.ม. จะปรากฏโคโลนี (colony) ของเชื้อแบคทีเรียขึ้น โดยแต่ละโคโลนีจะมีจำนวนแบคทีเรียอยู่จำนวนมาก และแต่ละโคโลนี จะถือว่ามาจากแบคทีเรียสายพันธุ์เดียว หรือที่เรียกกันว่า “เชื้อจุลินทรีย์คัดเเยกสายพันธุ์

ห้องปฏิบัติการการหมักที่ทันสมัยและมีอุปกรณ์ครบครันสำหรับการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ภายใต้สภาวะที่ควบคุมอุณหภูมิและอาหารเลื้องเชื้อ ระยะเวลาเเละอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการหมักประกอบด้วย bioreactors ขนาดเล็กและกลาง อุปกรณ์ที่สำคัญ fermentations สามารถปรับ สภาวะควบคุมต่างๆของเชื้อพันธุ์ของจุลินทรีย์ ที่มีความหลากหลาย การเพาะเลี้ยงมีการใช้ทั้งในการทดลองภาคสนามและการทดลองสูตร ในการวิเคราะห์ตรวจสอบเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การทดสอบหาเชื้อสายพันธุ์ที่มีความเหมาะสมกับตัวอย่างน้ำเสีย เป็นต้น
บริการจัดเก็บตัวอย่างน้ำเสียเพื่อทดสอบหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่มีความเหมาะสมในการบำบัด ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เช่น หัวเชื้อจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย บำบัดน้ำเสียโรงงาน อาคาร น้ำเสียชุมชน หัวเชื้อจุลินทรีย์บ่อเกรอะ หัวเชื้อจุลินทรีย์บ่อดักไขมัน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม รีสอร์ท คอกหมู วัวนม หัวเชื้อจุลินทรีย์กำจัดกลิ่นฟาร์มสัตว์โรงเรือน เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด พร้อมให้บริการอบรมความรู้วิธีการนำไปใช้งาน รวมถึงการจัดวางแปลน ระบบท่อในอาคารทั้งในและนอกอาคารเพื่อใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้าไปจัดการปัญหาต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่อใช้สำหรับกำจัดกลิ่นเน่าเหม็นต่างๆ เช่น หัวเชื้อจุลินทรีย์กำจัดกลิ่น ในอาคาร กลิ่นเหม็นในบ่อบำบัดน้ำเสีย หัวเชื้อจุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็นห้องน้ำ ท่อระบายน้ำ สนามหญ้า ดอกปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยง ห้องครัว สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ กลิ่นเน่าเหม็นจากกองขยะ ซากสัตว์ หัวเชื้อจุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเน่าเหม็นจากน้ำเน่าเสียตามแหล่งน้ำท่วมขังต่างๆ


หัวเชื้อจุลินทรีย์ บำบัดน้ำเสียโรงงาน อาคาร น้ำเสียชุมชน ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.bcithailand.net/หัวเชื้อจุลินทรีย์/

10
ปัญหา ของสุนัขที่อึไม่เป็นที่เป็นทาง
• วิธีการแก้ปัญหาไม่ให้สุนัขมาอึที่หน้าบ้าน

เป็นเรื่องที่น่าหนักใจของหลายบ้านที่ต้องเจอกับปัญหาที่ต้องมีสุนัข อึไม่เป็นที่เป็นทางแถมยังมาอึแถวหน้าบ้านเราอีกใช่ไหมคะ เพราะมันทำให้หน้าบ้านของเราดูไม่สะอาด ไม่เรียบร้อย และที่สำคัญคือถ้าหน้าบ้านของเรากลายเป็นเหมือนทางผ่านที่ให้สุนัขมาอึได้ครั้งหนึ่งแล้ว มันก็มักจะมีครั้งถัดๆ ไปเสมอ วันนี้ Petcitiz มีทางแก้ไขในเรื่องนี้มาให้คุณค่ะ

วิธีการแก้ปัญหาไม่ให้สุนัขอึหน้าบ้าน

1. ใช้พริกไทยป่นโรยตรงบริเวณที่สุนัขมาขับถ่าย
โดยอาจจะโรยวันเว้นวันแล้วเช็คผลดูว่ามันกลับมาขี้ตรงบริเวณนั้นอีกหรือเปล่า แต่สำหรับบางคนก็กังวลว่าพอมีลมพัด หรือฝนตกกลิ่นพริกไทยจะจางไป ดังนั้นจึงต้องหมั่นทำ

2. น้ำส้มสายชูแล้วตามด้วยเบคกิ้งโซดา
ส่วนผสมเหล่านี้คงคุ้นเคยกันดีสำหรับทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน แต่หากลองปรับมาใช้ไล่สุนัขได้ก็ดีเหมือนกันค่ะ

3. ขวดพลาสติกใส่น้ำตั้งสะท้อนเงา
วิธีการนี้ไม่เคยลอง แต่มีคนแนะนำให้ทำเพราะเหมือนกับว่าสุนัขมันจะเห็นเงาสะท้อนจากขวดน้ำแล้วคิดว่าเป็นสุนัขอีกตัวหนึ่ง ทำให้ไม่กล้ามาอึในบริเวณนั้น

4. ใช้กระจก
บางคนอาจนำกระจกส่องเงาบานเล็กๆ คิดไว้บริเวณนั้นเพื่อสะท้อนเงาของสุนัข ซึ่งเป็นหลักการคิดแบบเดียวกับการใช้ขวดน้ำใส่น้ำตั้งหน้าบ้าน

5. น้ำส้มสายชูผสมน้ำฉีด
เป็นอีกวิธีการไล่สุนัขไม่ให้มาขับถ่ายหน้าบ้าน โดยเรานำน้ำส้มสายชูอาจจะใช้ปริมาณมากหน่อยผสมกับน้ำแล้วฉีดตรงบริเวณที่สุนัขมักมาทำภารกิจ แต่แนะนำว่าควรจะฉีดแบบวันเว้นวันให้กลิ่นติด สุนัขจะได้ไม่แอบมาอึตรงนั้นอีก


เจ้าตูบขับถ่ายไม่เป็นที่ต้องทำอย่างไร วิธิการฝึก สัตว์เลี้ยง ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/animal/

11
วันนี้ ขอมาเอาใจคุณหนุ่ม ๆ กันบ้าง เพราะเราจะพาไปเที่ยวไนท์คลับยามราตรี ที่มีทั้งเพลงฟังที่สำคัญแต่ละร้านมีแต่สาวสวย เห็นแล้วต้องบอกว่า WoW น่ารักอ่ะ … หนุ่มๆ คนไหนที่กำลังเหงาอยู่ห้ามพลาด ว่าแล้วก็ลองตามไปดูกันเลยว่ามีร้านไหนโดนใจบ้าง

เพ้อ ยินดีต้อนรับคุณด้วยสาวสวยสุดน่ารักที่พร้อมมาบริการคุณด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง ในบรรยากาศร้านสไตล์ Retro Cozy ที่เหมาะสำหรับนั่งชิลล์ๆ ก็ดี จะนั่งถ่ายรูปก็เก๋ แถมอาหารเครื่องดื่มก็ยังราคาไม่แพง สบายกระเป๋าจนไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมน่ารักๆ กับมุมแต่งตัวของสาวๆ แสนซนทั้งหลาย

ไม้โทผับแอนด์เรสเตอรองท์ สถานที่สำหรับคนรักแสงสี ที่กว้างขวางสะดวกสบาย บรรยากาศในร้านจะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ชั้นล่าง ที่ประกอบไปด้วย เคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะพูล เวทีขนาดใหญ่ และโคโยตี้สาวสวย ซึ่งเรียกได้ว่าหากใครต้องการให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนแห่งความสนุกสนาน ความมันแบบไร้ขีดจำกัดก็เชิญได้เลย

เช็ค เทรนดี้คลับ
เช็ค เทรนดี้คลับ (Czech Trendy Club) เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2012 พิกัดร้านตั้งอยู่ตรงข้าม Big C สาขาเอกมัย ทางร้านมีทั้งไวน์บาร์ ส่วนที่เป็นร้านอาหาร และผับ รวมถึงห้องคาราโอเกะแบบส่วนตัวถึง 16 ห้อง นอกจากนี้ยังมีโต๊ะพูลไว้ให้หนุ่มๆประลองฝีมือกันอีกด้วย และที่พลาดไม่ได้คือ บรรดาสาวๆโคโยตี้สุดน่ารักที่จะคอยดูแลลูกค้าทุกท่านตลอดทั้งคืน

เดอะ สกาย
เดอะ สกาย (The Sky) เลานจ์สุดหรูย่านศรีนครินทร์ ตัวร้านแบ่งเป็น 2 โซน โดยโซนแรกจะเป็นโซนสำหรับลูกค้าที่ต้องการเพลิดเพลินกับเพลงเพราะจากวงดนตรีที่ทางร้านคดสรรมาอย่างดี ห้อมล้อมด้วยบรรดาสาวๆโคโยตี้สุดเซ็กซี่ ส่วนอีกโซนจะเป็นห้อง VIP สำหรับท่านที่ต้องการความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

เปียโน ฟอร์เต้
เปียโน ฟอร์เต้ (Piano Forte) ตั้งอยู่ระหว่างเอกมัย ซอย 8 และ 10 ทางร้านมีห้องส่วนตัวแบบ VIP ที่พร้อมให้บริการจำนวนหลายห้อง รวมทั้งบรรดาสาวๆโคโยตี้ที่จะคอยบริการคุณลูกค้าตลอดทั้งคืน

เอ็กโซติก้า
เอ็กโซติก้า (Exotica) ตั้งอยู่ในย่านดังของกรุงเทพอย่าง ทองหล่อ ความพิเศษของร้านคือสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางร้านและห้องส่วนตัวที่พร้อมให้บริการจำนวนหลายห้อง รวมทั้งบรรดาสาวๆโคโยตี้ที่จะคอยบริการคุณลูกค้าตลอดทั้งคืน



เอาใจหนุ่นๆ สำหรับร้านที่มี โคโยตี้สุดน่ารักที่จะคอยดูแลลูกค้าทุกท่านตลอดทั้งคืน ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

12
หากคุณคิดว่าจะไปบาร์ Rooftop ทีต้องไปถึงแถวสุขุมวิท คุณคิดผิดแล้ว เพราะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ความชิลที่มากับบาร์ Rooftop นั้นมีอยู่ทุกหนแห่ง ย่านลาดพร้าวเองก็ไม่เว้น เพราะในย่านที่ถนนซอยน้อยใหญ่พาไปสู่ย่านดังอื่นๆ อย่างรามอินทราและรัชดา มีร้านอาหารดังอยู่เต็มไปหมด

ทำให้ลาดพร้าวเป็นทั้งย่านพักอาศัยของผู้คนมากมายและทางผ่านประจำวันสำหรับใครอีกหลายๆ คน เป็นธรรมดาที่จะต้องมีสถานที่พักผ่อนย่อนใจอาทิบาร์ Roodtop เกิดขึ้นมาคอยเอาใจคนที่อยู่แถวนั้นเป็นธรรมดา
พอถึงเวลาอากาศเย็นได้ที่แบบนี้ มีแต่คนมองหาที่นั่งบนชั้นดาดฟ้า เพื่อทานอาหารเย็น จิบเบียร์ และ รับลมชิลล์ๆ เรามีลิสต์ของ 6 บาร์ Rooftop ในย่านลาดพร้าวที่เหมาะสุดๆ สำหรับรับลมหนาวสิ้นปี และต้นปีโดยไม่ได้จัดอันดับแต่อย่างใด ถ้าใครอยู่แถวนั้นหรือมีโอกาสผ่านไป ก็อย่าลืมหยุดแวะสักร้านนะครับ แล้วคุณจะติดใจ!

Blue Sky Rooftop Bar & Dining
เป็นถึงหนึ่งใน 15 Most Exciting Rooftop Bars in the World ที่จัดโดยเว็บไซต์ Architecture Art Design บาร์ดาดฟ้าสุดพรีเมี่ยมของโรงแรมในเครือ Centara นี้มาพร้อมกับดีไซน์สุดสลวย พรมสีฟ้าเข้มที่เป็นเอกลักษณ์ และเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษ ที่จะทำให้คุณรู้สึก Exclusive มากกว่าที่ไหน เลือกดื่มด่ำกับค็อกเทลและแชมเปญอันหลากหลายหรือลิลส์ไวน์ที่ชนะรางวัลจาก Wine Spectator Magazine ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีอาหารแนวฝรั่งเศษจากเชฟยอดฝีมืออีกด้วย

Legend Roof Bar
เล็จเจนด์ รูฟท็อปบาร์ ตั้งอยู่บนยอดของพิศวิทย์ทาวเวอร์โดดเด่นไปด้วยวิวอันงดงามของเมืองกรุงเทพฯ แบบพาโนรามา 360 องศา ที่เห็นได้จากที่นั่งหลากแบบหลายมุม มีบรรยากกาศที่ดีไว้พักผ่อนได้แบบสบายๆ เป็นกันเอง ไม่ว่าคุณจะมาเป็น ครอบครัว เพื่อนฝูง กลุ่มเพื่อนร่วมงาน หรือคู่รักก็เหมาะไปหมด เพราะนอกจากอาหารรสดีราคากันเองแล้ว คุณยังจะได้มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินท่ามกลางหมู่ตึกสูงต่างๆ และแสงไฟตามท้องถนน เหมาะแก่การถ่ายภาพเป็นอย่างมาก

Aladdin Rooftop Restaurant and Sky Bar
ในส่วนของร้านอาหารนานาชาติที่มีทั้งอาหารเช้า กลางวัน เย็นนั้น พร้อมให้บริการทั้งวัน แต่ส่วนของบาร์นั้นจะเปิดขึ้นในช่วงเย็นๆ คํ่าๆ ให้คุณได้ขึ้นมาสัมผัสลมเย็นและบรรยากาศดีๆ จากชั้นที่ 7 ของโรงแรม Baron Zotel ที่มีเครื่องดื่มค็อกเทลเก๋ๆ มากมายให้คุณได้เลือกจิบกันกับเพื่อนทั้งคืน ไม่ว่าคุณจะเลือกนั่งด้านในที่ Private หน่อย ด้านนอกที่มีความคึกคักสนุกสนานก็ดีไปหมด เท่านั้นไม่พอ ช่วงเสาร์อาทิตย์ยังมีวงดนตรีสดและบุฟเฟ่ต์ค็อกเทลอีกด้วย

Bar & Grill
บาร์ดาดฟ้าลับนี้ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของตึกแถวที่ด้านล่างสังเกตุง่ายๆ ว่าเป็นร้านกาแฟ ร้านไม่ใหญ่มาก บรรยากาศดี อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีอาหารหลากหลาย รวมไปถึง BBQ ที่ย่างให้เห็นกันสดๆ ในราคาที่เป็นกันเองมาก มีให้เลือกทั้งหมูและเนื้อ อีกทั้งยังมีเมนูกับแกล้ม ยำแซ่บๆ และข้าวจานเดี่ยวอร่อยๆ ให้ลิ้มลองอีกด้วย ส่วนเรื่องเบียร์นั้นที่นี่จัดเต็ม มีเบียร์ขวดทั้งไทยและประเทศหลากหลายแบรนด์แช่เย็นไว้ให้คุณเลือกจิบไป ชิลไปพร้อมกับวิวดีๆ ริมถนนลาดพร้าวทั้งคืน



เที่ยวกลางคืน บาร์ ที่คุณไปแล้วจะต้องติดใจ ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

13
มาชวนหนุ่มๆ สาวๆ ไปแอ่วเมืองเชียงราย รับลมหนาวส่งท้ายปลายปี พร้อมตะลุยเที่ยวผับฮิตร้านเหล้าฮอต ที่หนุ่มๆ สาวเมืองเจียงฮาย ชอบไปเช็คอินกัน

1.Play Point at Chiang rai

ร้านน่านั่งเหมาะสำหรับแฮงค์เอาท์กับเพื่อนฝูงที่ตกแต่งในสไตล์ยุโรป ในบรรยากาศที่แสนจะสบาย ภายในร้านกว้างขวางมีที่นั่งให้เลือกดื่มด่ำกับบรรยากาศมากมาย นอกจากนี้ยังมีวงดนตรีที่จะขับกล่อมให้คุณได้เพลิดเพลินไปพร้อมกับจิบเบียร์นอกเย็นๆ ชื่นใจ และอิ่มอร่อยไปกับอาหารและกับแกล้มรสเด็ดจากกุ๊กฝีมือเยี่ยม

ที่ตั้ง : 229/23 ม.5 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย

2.เพลินจิตร เชียงราย

ผับบรรยากาศดีดนตรีไพเราะ เหมาะที่จะมานั่งดริ๊งค์ชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง สามารถเลือกนั่งชิลได้ทั้งโซนด้านในและโซนด้านนอก พร้อมการบริการที่สุดแสนประทับใจจากพีอาร์สาวแสนสวย และโปรเบียร์สุดคุ้มที่เอาใจคนรักในการดื่มโดยเฉพาะ ใครที่กำลังหาที่เช็คอินคืนนี้ก็ลองไปกันได้ที่ร้านเพลินจิตร

ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.เชียงราย

เวลาเปิด – ปิด : 18.00 – 24.00 น.

3.ร้านคึ๊ สะพานใหม่

หากคืนนี้ไม่รู้จะไปแฮงค์เอาท์กันที่ไหน ก็ลองมาสนุกกันได้ที่ร้านคึ๊ สะพานใหม่ ร้านน่านั่งบรรยากาศสบายๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนทำงานได้ดีสุดๆ ด้วยการบริการที่เป็นกันเอง และมีพื้นที่บริเวณกว้าง รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มของร้านคึ๊ก็จัดเต็มกันทุกเมนู เหมาะสำหรับเป็นร้านนั่งพักผ่อนคลายเครียดจากงานได้ดีเลยทีเดียว ว่าแล้วคืนนี้ก็เตรียมตัวไปสนุกสุดเหวี่ยงกันได้ที่ร้านคึ๊ สะพานใหม่

ที่ตั้ง : 421/4 ซ.2 ม.2 สามัคคี อ.เมือง จ.เชียงราย

4.ร้านเคลิ้ม เชียงราย

ร้านนั่งชิลบรรยากาศดีที่เมื่อใครมาเชียงรายแล้วห้ามพลาด ร้านเคลิ้มมีขนาดกว้างขวาง สะดวกสบายต่อการนั่งจิบเบียร์และเครื่องดื่มอีกหลากหลายชนิด รวมทั้งการแสดงสดจากวงดนตรีที่จะมาทำให้คุณได้เพลิดเพลินและสนุกสนานในทุกค่ำคืน นอกจากนี้ยังมีสาวพีอาร์แสนสวยที่จะทำให้คุณเคลิ้มและติดใจต้องกลับมาอีกครั้งแน่นอน

ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.เชียงราย

เวลาเปิด – ปิด : 18.00 – 01.00 น.

5.ร้านบาเต๊ะ เชียงราย

ผับน่านั่งในบรรยากาศยุค 60-70s’ ที่พร้อมให้คุณได้เพลิดเพลินและสนุกสนานในค่ำคืนที่แสนพิเศษ พบกับวงดนตรีมากฝีมือที่จะมาขับกล่อมให้คุณเคลิบเคลิ้มและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่สุดแสนจะบรรยาย

 

หนุ่มเที่ยวเยอะ สาวเที่ยวตรึม 5 ผับและร้านเหล้าสุดฮิต ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ www.tomorrowland.club

14
จะทำยังไงดีเมื่อกลับมาจากทะเล พบว่าผิวคล้ำเสียจากการโดนแสงแดด ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เห้อ!! อยากกลับมามีผิวขาวใสเหมือนเดิมจัง แดดเมืองไทยก็ร้อนนนน ซะเหลือเกิน ไม่ว่าจะกางร่ม ทาครีมกันแดดก็ยังเอาไม่อยู่ กลุ้ม!

ปัญหาหนักอกหนักใจของสาวๆ ที่มีสีผิวหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอนั้นเกิดจากการเม็ดสีผิวที่ผลิตโดยเซลล์เมลาโนไซส์ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับคนที่มีผิวขาวและผิวคล้ำ ในส่วนบริเวณผิวที่โดนแสงแดดมาก เมลาโนไซส์จะผลิตเมลานินสีเข้มมาก เพื่อเป็นเกราะป้องกันแสงแดดจึงทำให้ผิวหน้าเกิดฝ้า กระ ขึ้นมาได้ สำหรับวิธีการป้องกันการเกิด ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด บนใบหน้า

ควรทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้กับใบหน้าทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดการแพ้
หยุดหรือหลีกเลี่ยงยาที่เป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ
หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด โดยเฉพาะ แสงแดดเวลา 12.00 น. – 14.00 น. ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ดีมีSPF UVAและUVB

ในสมัยก่อนการดูแลผิวของสาวๆ คือการรับวิตามินดีในช่วงเช้าที่มีแสงแดดอ่อนๆ จะช่วยทำให้สุขภาพผิวของเราดูแข็งแรง แต่เนื่องจากปัจจุบันในยุคของสังคมที่เร่งรีบ การที่ต้องตื่นแต่เช้าเผื่อมารับแสงแดดอาจทำได้ยากขึ้น เพราะแค่ย่างก้าวออกนอกบ้านในแต่ละวันก็ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุ แถมยังเจอมลภาวะที่มาจากจราจร ควันจากท่อไอเสีย รวมถึงรังสีร้ายจากแสงแดดอีกด้วย จึงทำให้ผิวที่เราดูแล ทาครีมบำรุง มาแรมปีนั้นดูคล้ำเสีย หมองคล้ำได้ง่ายกว่าเดิม

“แต่จะดีไหมถ้าตอนนี้เรามีเครื่องที่ช่วยปรับผิวให้ดูสม่ำเสมอ กระจ่างใสขึ้นง่ายๆ เพียงเข้าไปในตู้ แคปซูล เพียงแค่ไม่กี่นาทีก็จะทำให้ผิวของคุณดูเปลี่ยน”

ด้วยความ ขาวใสวุฒิศักดิ์ จึงมีเครื่องที่ช่วยปรับสภาพผิวโดยมีชื่อเรียกว่า “Whitening Bodywave” วิทยาการก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจากแสงอาทิตย์ โดยมีการนำเส้นแสงสีเขียวมาใช้ ซึ่งเทคโนโลยีตัวนี้จะไม่ทำลายเซลล์ชั้นผิว ไม่มีแสง UV ที่ทำให้ผิวสาวๆ ถูกเผาไหม้อย่างแน่นอน ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งหรือชั้นผิวหนังอ่อนแอลง


เคล็ดลับผิวเนียนใส ขาวใส อย่างมีออร่า  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

15
จากที่เคยซื้อเมนูชะพลูโดยเฉพาะแกงอ่อมใบชะพลูหรือใบชะพลูผัดไข่ แม้จะอร่อยแต่ปริมาณใบชะพลูมีน้อยกินไม่สะใจ ลองเปลี่ยนมาทำเมนูอาหารจากใบชะพลูกินเองดีไหม นำเสนอวิธีทำเมนูจากใบชะพลู เช่น แกงหมูใบชะพลู แกงปูใบชะพลู ไก่ห่อใบชะพลู รวมทั้งเมี่ยงคำ แค่มีใบชะพลูก็อุ่นใจแล้ว

1. แกงปูใบชะพลู

เตรียมเส้นหมี่ขาวมากินกับเมนูแกงปูใบชะพลู สูตรนี้ใส่ทั้งปูนิ่มทอดกับเนื้อปู มาพร้อมวิธีทำน้ำพริกแกงใต้ ที่สำคัญต้องใส่ใบชะพลูถึงจะครบสูตรนะคะ

ส่วนผสม แกงปูใบชะพลู

• ปูนิ่ม 1 ตัว
• แป้งสาลี (สำหรับทอดกรอบ) 1/4 ถ้วย
• เส้นหมี่ (แช่น้ำพอนุ่ม) 50 กรัม
• กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
• หัวกะทิ 4 ถ้วย
• หางกะทิ 1+1/2 ถ้วย
• น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
• เนื้อปู 120 กรัม
• ใบชะพลู (หั่นหยาบ) 1/2 ถ้วย
• ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ

ส่วนผสม น้ำพริกแกงใต้

• พริกขี้หนูสด 25-30 เม็ด
• พริกขี้หนูแห้ง 15-20 เม็ด
• ผิวมะกรูด 2 ช้อนชา
• ตะไคร้ (หั่นฝอย) 2 ช้อนโต๊ะ
• กระชาย (หั่นฝอย) 1 ช้อนโต๊ะ
• หอมแดงไทย 1/4 ถ้วย
• ข่าหั่นฝอย 2 ช้อนชา
• กระเทียมไทย 1/4 ถ้วย
• ขมิ้นสด (ขูดผิวแล้วหั่น) 1 ช้อนชา
• กะปิอย่างดี 1 ช้อนชา
• เกลือไทย 1/2 ช้อนชา

วิธีทำน้ำพริกแกงใต้

โขลกพริกกับเกลือให้ละเอียด จากนั้นใส่ส่วนผสมที่เหลือ โขลกต่อจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน

วิธีทำแกงปูใบชะพลู

1. ล้างปูนิ่มให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ นำมาคลุกกับแป้งสาลีให้ทั่ว จากนั้นนำไปทอดให้กรอบ พักไว้
2. ลวกเส้นหมี่ในน้ำเดือด ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ โรยกระเทียมเจียว เตรียมไว้
3. ผัดน้ำพริกแกงกับหัวกะทิให้แตกมันและมีกลิ่นหอม ค่อย ๆ ใส่หางกะทิทีละนิดจนหมด ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลมะพร้าว ใส่ใบชะพลู เนื้อปู และใบมะกรูด ชิมรสให้เค็มนำหวานตามเล็กน้อย เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่ลวกและปูนิ่มทอดกรอบ

2. แกงคั่วหมูย่างใบชะพลู

แกงคั่วหมูใบชะพลูเชย ๆ คงต้องชิดซ้ายให้กับแกงคั่วหมูย่างใบชะพลู สูตรจาก คุณ Xavitubbies สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับหมูหมักไปย่างจนหอม แล้วค่อยใส่ลงในแกงคั่วต้มจนเดือด กินกับข้าวสวยหรือขนมจีนก็อร่อยจ้า

ส่วนผสม แกงคั่วหมูย่างกับใบชะพลู

• หมูย่าง 250 กรัม (คอหมูหรือสันคอหมูจะนุ่มอร่อย ในสูตรใช้เป็นหมูสามชั้นผสมกับเนื้อไหล่ หมักด้วยซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ และ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ แล้วเอาไปย่างบนกระทะเทฟลอน)
• หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
• น้ำพริกแกงคั่ว 3 ช้อนแกง
• หางกะทิ 2 ถ้วยตวง
• น้ำตาลมะพร้าว (ประมาณเท่าหัวนิ้วมือ)
• น้ำปลา 1/2 ทัพพี
• ใบชะพลู 15-20 ใบ

วิธีทำแกงคั่วหมูย่างกับใบชะพลู

1. ย่างหมูใช้ไฟค่อนข้างแรง ย่างให้น้ำตกและมีกลิ่นหอม เสร็จแล้วก็เอามาหั่นชิ้นพอดีคำ
2. ตั้งหม้อ ใส่หัวกะทิลงไป 1/2 ถ้วยตวง แล้วตามด้วยพริกแกงคั่ว ผัดให้เข้ากันจนแตกมัน เสร็จแล้วก็เติมหัวกะทิที่เหลือลงไป
3. พอเดือดแล้วก็ใส่หมูย่างลงไป ผัดสักพักก็เติมหางกะทิทั้งหมดลงไป
4. ปรุงรสชาติด้วยน้ำปลากับน้ำตาลมะพร้าว ชิมรสชาติตามชอบ ใส่ใบชะพลูฉีก กดให้ใบชะพลูจมลงไปในน้ำแกง คนให้เข้ากัน ปล่อยให้เดือดสักพัก พอใบชะพลูสุกก็ปิดเตาแก๊สได้เลย


เมนูจากใบชะพลู แจก สูตรอาหารไทยเพื่อสุขภาพกลิ่นหอมอร่อยเพลิน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

หน้า: [1] 2 3 ... 13